วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบรกเตือนเลี่ยง DELTA ราคาเกินปัจจัยพื้นฐาน 3-4 เท่า

"เดลต้า"ราคาผันผวนหนัก ช่วงเช้าทำนิวไฮ838 บาทพอท้ายตลาดดิ่งปิดที่ 560 บาท ลดลง 154 บาท หรือ 18.13% บล.หยวนต้า ชี้ ราคาหุ้นพุ่งจากนักลงทุนเก็งกำไรถูกเข้าดัชนี เซ็ท50 -คาดกำไรปีหน้าดีต่อเนื่อง พร้อมแนะนักลงทุนเลี่ยงลงทุน เหตุ ราคาพุ่งแรงเกินพื้นฐาน

วานนี้ (28ธ.ค.) ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA ยังเป็นหุ้นที่สร้างความฮือฮาให้ก้บตลาด ช่วงส่งท้ายปีนี้ โดยเปิดตลาด ที่ 730 บาท และปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำจุดสูงสุดใหม่ ที่ 838 บาท เพิ่มขึ้น 154 บาท หรือ 22.51% ก่อนที่จะย่อตัวในท้ายตลาดกลับมาปิดที่ 560 บาท ลดลง 124 บาท หรือ 18.13% มูลค่าซื้อขายอันดับ 1 ที่ 12,363.91 ล้านบาท

หากเทียบกับราคาปิดสิ้นปี 2562 อยู่ที่ 53.50 บาท เท่านั้น ซึ่งราคาปรับขึ้นมาเกินปัจจัยพื้นฐานไปมากแล้ว จนอาจกลายเป็น “หุ้นเก็งกำไร” สำหรับนักลงทุนที่พร้อมรับความเสี่ยงที่ “เชื่อมั่นและกล้าที่จะเข้าซื้อ”

นายศุภชัย วัฒนวิเทศกุล นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ราคาหุ้น DELTA ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อนแรงคาดมาจาก หุ้นถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ทำให้กองทุนประเภท Passive Fund หรือกองทุนที่ลงทุนในดัชนี เข้ามาลงทุน ,ขณะที่นักลงทุนมองหุ้นDELTAเป็นตัวแทน หุ้น อีวีคาร์ของไทย ซึ่งหุ้นอีวีคาร์ทั่วโลกนั้น ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงมาก จึงหันมาลงทุนในหุ้นอีวีคาร์ของไทย และ สงครามการค้าผ่อนคลายลง ช่วยลดแรงกดดันต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงปีนี้นักลงทุนคาดกำไร DELTAจะปรับตัวตัวเพิ่มขึ้น100 % จากปี 2562 และคาดว่าจะเติบโตได้ระดับดังกล่าวต่อเนื่องถึงปีหน้า

สำหรับราคาหุ้นปัจจุบันมองว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินปัจจัยพื้นฐานเกินมูลค่าเหมาะสมมาก 3-4 เท่า จากราคาเหมาะสมที่ 197 บาท ซึ่งDELTAมีค่า P/E กว่า 100 เท่า ซึ่ง ค่า P/E 100 เท่าของกำไรที่เราคาดการณ์ไว้ปี2564 ที่ 8.2 พันล้านบาท ซึ่งเราอาจเป็นไปได้ว่าเราประเมินไว้ต่ำเกินไป แต่ก็มองว่า DELTA ต้องมีกำไรเติบโต 2-3 เท่าจากคาดการณ์ดังกล่าวหรือมีกำไรแตะ 1.5 หมื่นล้านบาท ราคาถึงจะยืนระยะนี้ต่อไปได้ อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามการเติบโตในธุรกิจอีวีคาร์หรือไอโอทีของ DELTA ว่าจะสนับสนุนการเติบโตระดับ 50% ของฐานกำไรต่อปีในอนาคตหรือไม่

ทั้งนี้หากนักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้น ไม่แนะนำให้เข้าซื้อDELTA แต่หากนักลงทุนที่มีหุ้นอยู่แล้ว และต้นทุนต่ำแนะให้ขายทำกำไรออกมา

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล. เอเซีย พลัส กล่าวว่า ราคาหุ้น DELTA เกินปัจจัยพื้นฐานไปมากแล้ว เทรดที่ P/E ระดับ 100 เท่า ทำให้ไม่สามารถตอบได้ในเชิงพื้นฐาน ฉะนั้นมองว่าเป็นเรื่องของการเก็งกำไรที่มากกว่าปกติ จากปัจจัยที่คาดว่ากำไรดีกว่าคาดและมีอัตราการเติบโตสูง รวมถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เช่น คลาวด์เข้ามาเป็นแรงสนับสนุน แต่ปัจจัยดังกล่าวนี้สามารถเข้ามาหนุนได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น

ทั้งนี้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นมาพอสมควรแล้ว ส่วนราคาจะยืนระยะต่อไปได้หรือไม่นั้น อยู่ที่บรรยากาศของการเก็งกำไรจะไปในทิศทางไหน เพราะเมื่อเวลาที่หุ้นทำนิวไฮ อาจจะเห็นนักลงทุนเข้าเก็งกำไรกับหุ้นเหล่านี้ได้เช่นกันแต่ความเสี่ยงจะสูงขึ้น

อย่างไรก็ดีแนะนำนักลงทุน หากถือหุ้นนี้อยู่และที่ราคาระดับนี้ พยายามต้องตั้งจุดทำกำไรให้ดี เช่น หากราคาปรับขึ้นมาระดับนี้แล้วปรับลงมาที่ 780 บาทจะขาย เพื่อล็อกกำไรไว้ แต่หากไม่มีหุ้นแล้วจะเข้าลงทุน ต้องทำใจให้ดีว่าเป็นเรื่องการเก็งกำไร ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามไม่เป็นอย่างที่คิด ต้องพร้อมที่จะ cut Loss หรือยอมขาย “ขาดทุน”

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ทรีนีตี้ มองว่า หากอ้างอิงจากสถิติที่เราเก็บมาตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งพบว่าตัวหุ้นที่ถูกนำเข้าสู่ดัชนี SET50 มักปรับตัวขึ้นสู่จุด สูงสุดชั่วคราวในช่วงวัน Effective แล้วอาจเป็นไปได้เช่นกันที่ราคาหุ้น DELTA ใกล้จะปรับขึ้นถึงจุดสูงสุดชั่วคราวแล้วเช่นกัน