"พิพัฒน์" รายงานศบค.คืบหน้าเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 1 พร้อมหาทางออกคนยังไม่เชื่อมั่นเดินทาง นายกฯสั่งให้หารือคลังกำหนดวันลงทะเบียนให้ชัด เตรียมชงเที่ยวไทยวัยเก๋าเข้าครม.สัปดาห์หน้า คาดเกิดเงินหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. นัดพิเศษที่มี พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กระทรวงการท่องเที่ยวได้รายงานนายกรัฐมนตรี ถึงรายละเอียดผลการหารือระหว่ากระทรวงการท่องเที่ยว และสมาคมโรงแรม เกี่ยวกับการเลื่อนเวลาการเข้าพัก หลังมีการจองและจ่ายเงิน 60%ของค่าห้อง ในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 1 ไปแล้ว แต่ไม่กล้าเดินทางเที่ยวเพราะยังกังวลเรื่องการพบผู้ติดเชื้อกระจายอยู่หลายจังหวัดทั่วไทยนั้นโดยสมาคมโรงแรมไม่ติดปัญหา เลื่อนเวลาในการเข้าพักออกไปให้กับนักท่องเที่ยว
โดยนายกฯสั่งการในที่ประชุม ทุกโครงการที่เข้า ครม.แล้ว ให้กระทรวงคลังและหน่วยงานเจ้าของโครงการไปหารือกัน จึงไม่น่ามีปัญหา นอกจากนี้ ได้สั่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ไปหารือกับกระทรวงการคลัง ว่าจะเปิดให้จองสิทธิ เราเที่ยวด้วยกันเฟส 2 ในวันไหน
ส่วนโครงการเที่ยวไทยวัยเก๋า จะนำเข้าเสนอที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 29 ธ.ค.นี้ โครงการนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการเดินทางท่องเที่ยวของกลุ่มผู้สูงอายุในวันธรรมดา ช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยวทั้งระบบ และช่วยเหลือการจ้างงานกลุ่มแรงงานภาคการท่องเที่ยว โดยวางเงื่อนไขการให้สิทธิประโยชน์กลุ่มเป้าหมายอายุ 55-75 ปี ใช้บริการผ่านบริษัทนำเที่ยว เดินทาง 3 วัน 2 คืนขึ้นไป สนับสนุนค่าใช้จ่ายไม่เกิน 5,000 บาทต่อคน
ด้านประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับคือ นอกจากจะมีการเดินทางเพิ่มขึ้น 1 ล้านคน-ครั้งแล้ว คาดค่าใช้จ่ายจากการเดินทางเข้าพักเฉลี่ย 3 วันอยู่ที่ 2,531.87 บาทต่อวัน หรือเท่ากับ 7,595.61 บาทต่อคน เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ 18,859.89 ล้านบาท บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประกอบการ แรงงานและครอบครัวในภาคการท่องเที่ยวประมาณ 4 แสนคน ประกอบด้วย ผู้ประกอบการนำเที่ยว มัคคุเทศก์ แรงงานด้านการขนส่งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ ผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่ม และผู้ประกอบการโรงแรม
นอกจากนี้คาดว่าจะมีการจ้างงานมัคคุเทศก์ 50,000 -100,000 ราย จากการประเมินค่าเฉลี่ยจากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นแบบกลุ่มขนาดเล็ก (ค่าแรง 4,500 บาทต่อครั้ง) หรือมีมูลค่าการจ้างงานรวม 225-450 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายจากภาคแรงงานประมาณ 11,230 ล้านบาท









