ตลาดหุ้นวานนี้ปรับตัวลง 8.37 จุด อ่อนแอกว่าตลาดหุ้นภูมิภาคและแกว่งตัวในแดนบวกสลับลบตลอดช่วงการซื้อขาย
คาดตลาดภายในประเทศยังได้รับ Sentiment เชิงลบเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ และความกังวลเกี่ยวกับการล็อกดาวน์ประเทศอีกครั้ง ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,416.02 จุด -8.37 จุด -0.59% มูลค่าการซื้อขาย 8.96 หมื่นลบ. ต่างชาติ -705.58 ลบ. TFEX -8,399 สัญญา ตราสารหนี้ -3,319 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ดัชนีดาวโจนส์ปิด +114.32 จุด +0.38% จากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐที่ปรับตัวลง รวมทั้งความหวังที่ว่าสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในท้ายที่สุด แม้ปธน.ทรัมป์ขู่ว่าจะไม่ลงนาม
+ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดเพิ่มขึ้น 1.10 ดอลลาร์ +2.3% ปิดที่ 48.12 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบลดลง และขานรับข่าวอังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) ใกล้จะบรรลุข้อตกลงการค้า
+กนง.เชื่อ GDP ปีนี้หดตัว -6.6% ดีกว่าคาด ก่อนฟื้นโต 3.2% ปี 64 และ 4.8% ปี 65
+ไฟเซอร์เตรียมส่งวัคซีนโควิดให้สหรัฐเพิ่มอีก 100 ล้านโดสภายในกลางปีหน้า
+ตัวเลขศก.สหรัฐที่ดี อาทิ ผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานต่ำกว่าคาด ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวขึ้นในเดือนธ.ค.
+สธ. ย้้าชัดมียาฟาวิพิราเวียร์ เพียงพอรองรับการรักษาผู้ป่วยโควิด
+เงินบาทเปิด 30.22 บาทต่อดอลลาร์ แนวโน้มอ่อนค่า
ปัจจัยลบ
-บอร์ด กนง.มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% ตามตลาดคาด โดยมองว่าศก.มีความไม่แน่นอนสูง
-สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่ต่ำกว่าคาดในเดือนพ.ย.
-การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ภายในประเทศในหลายจังหวัดพร้อมกัน
-ก.พาณิชย์เผยส่งออกเดือนพ.ย. 63 ติดลบ 0.99% 11M63 ส่งออกติดลบ 13.74%
+ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดเพิ่มขึ้น 25.54 จุด +0.76%
+ดัชนีนิกเกอิปิดเพิ่มขึ้น 88.40 จุด หรือ +0.33% เช้าเปิด +110.32 จุดขานรับ EU-อังกฤษใกล้บรรลุดีลการค้า
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่อ อ่อนแอกว่าทิศทางตลาดต่างประเทศ จากความกังวัลมาตรการ Lockdown ในหลายจังหวัด หลังมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยนักลงทุนยังจับตาการประชุม ศบค. ชุดใหญ่ เช้าวันนี้ คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1385-1,430 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้นได้ประโยชน์จากการ Work from home ADVANC DTAC TRUE JAS COM7 SIS SYNEX VCOM IIG AS YGG
กพช.ไฟเขียว โรงไฟฟ้าชุมชน ACE PSTC TPCH
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 STGT STA TQM AJ SCGP
• หลีกเหลี่ยงหุ้นกลุ่มส่งออกอาหารทะเล กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม
หุ้นรายงานพิเศษ
PRM Bloomberg Consensus 12.14 บาท
"มุมมองบวกต่อข่าวการเข้าซื้อกิจการ"
•ทำสัญญาซื้อขายหุ้น บริษัท ไทยออยล์มารีน จ้ากัด จากบริษัท ไทยออยล์ จ้ากัด (มหาชน) หรือ TOP โดยจะซื้อหุ้นทั้งหมด 100% ในราคาซื้อขายเบื้องต้น 346.50 ลบ. (อาจมี Adjust เงินสด กับหนี้สิน) คาดดีลแล้วเสร็จภายใน 30 มิ.ย.64
•สิ่งที่ได้ PRM ได้รับมี 2 ประการ คือ
1) ในระยะสั้น : ความสามารถในการขนส่งเพิ่มขึ้น จากกองเรือเพิ่มขึ้นทันที 18 ล้า จาก 40 ล้า สู่ 58 ลำ แบ่งเป็น 1) ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันทั้งในประเทศและต่างประเทศ และ 2) เรือ Crew boat ในธุรกิจ Offshore
2) ในระยะยาว : Synergy ระหว่างการขนส่งน้ำมันโดย PRM และนำเข้าน้ำมันโดย TOP ช่วยสนับสนุนการขนส่งน้ำมันเพิ่มขึ้น โดยมีแผน 1) เพิ่มเรือขนส่งน้ำมันดิบ (VLCC) 3 ลำ (TC-10ปี) 2) เพิ่มเรือขนส่งขนาดเล็ก 3 ล้า (TC & COA – 5ปี) และ 3) การให้บริการ Ship Agent
•Financing Plan: ใช้เงินทุนหมุนเวียน และเงินกู้จากธนาคาร (คุยกับธนาคารแล้ว) *ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน
•ความเห็น : เรามีมุมมองบวกต่อดีลซื้อกิจการดังกล่าว ซึ่งจะช่วยต่อยอดรายได้ของบริษัทในปี 64 ตลอดจนการ Synergy กับ TOP จะช่วยให้รายได้ในอนาคต Secure มากขึ้น
หุ้นมีข่าว
(+) KEX ราคา IPO = 28 บาท Trailing PE = 33.41x
บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) ผู้นำธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วนของไทย บริษัทมีเครือข่ายที่แข็งแกร่งและครอบคลุมทุกจังหวัด ด้วยจุดให้บริการกว่า 15,000 แห่ง ศูนย์คัดแยกพัสดุ 9 แห่ง ศูนย์กระจายพัสดุกว่า 1,200 แห่ง รถรับส่งพัสดุประมาณ 25,000 คัน สอดคล้องกับกลยุทธ์ Kerry Express Everywhere เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ทุกที่ทั่วไทย โดยช่วง 2560-62 บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการที่ 6,626 ลบ. 13,565 ลบ. และ 19,782 ลบ. ตามลำดับ คิดเป็น CAGR เท่ากับ 198.5% ต่อปี 9M63 มีก้าไรสุทธิ 1,030 ลบ. +7%YoY
จำนวนหุ้น IPO 300 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 8,400 ลบ. วัตถุประสงค์ระดมทุนเพื่อ 1) ขยายเครือข่ายจัดส่งพัสดุด่วน การลงทุนในระบบการขนส่งเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 2) ชำระคืนหนี้ธนาคาร และ 3) เงินทุนหมุนเวียน
(+) NOBLE (Bloomberg Consensus 24.70 บาท) ผู้ถือหุ้น NOBLE ไฟเขียวแตกพาร์จาก 3 บาท เหลือ 1 บาท พร้อมแจกวอร์แรนต์ “NOBLE-W2” จำนวนไม่เกิน 342,353,379 หน่วย ให้ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 4:1 (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) GCAP (Bloomberg Consensus - บาท) รุกครั้งใหญ่พร้อมลุยสินเชื่อกลุ่มธุรกิจขนส่ง ขยายฐานเดิมการเกษตร เล็งตั้งบริษัทร่วมทุนกับ "นิ่มซี่เส็งขนส่ง 1988" มั่นใจความชำนาญด้านการปล่อยสินเชื่อ กับผู้นำด้านการขนส่งหนุนธุรกิจโตต่อเนื่อง คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินธุรกิจได้ไตรมาส 2/2564 (ที่มา ทันหุ้น)
(+) SIS (Bloomberg Consensus 23.75 บาท) มองทิศทางผลการดำเนินงานในปี 2564 เติบโตต่อเนื่อง หลังขยายฐานลูกค้า Data Center and Cloud Service และหาผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ไอทีใหม่รองรับนิวนอร์มอล แถมการันตีสินค้าในสต็อกมีเพียงพอรองรับความต้องการ ส่งซิกผลงานไตรมาส 4/2563 ยังขยายตัวได้ดี (ที่มา ทันหุ้น)
ปัจจัยจับตา
ในประเทศ
24 ธ.ค. ประชุมศบค.ชุดใหญ่เพื่อพิจารณาข้อสั่งการที่ให้กระทรวงสาธารณสุขกลับมาดำเนินการต่างๆ เช่น หลักเกณฑ์การล็อกดาวน์และมาตรการดูแลแรงงานต่างด้าวทั้งที่ติดเชื้อ และไม่ติดเชื้อให้เหมาะสมทั้งด้านสาธารณสุข และความมั่นคง
สัปดาห์ที่ 5 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) แถลงดัชนีอุตสาหกรรม
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
30 ธ.ค. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยรายเดือน
ต่างประเทศ
24 ธ.ค. สหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพ.ย.
25 ธ.ค. ญี่ปุ่น เปิดเผยอัตราว่างงานเดือนพ.ย. และยอดค้าปลีกเดือนพ.ย.
27 ธ.ค. จีนเปิดเผยกำไรภาคอุตสาหกรรมจีนเดือนพ.ย.
28 ธ.ค. ญี่ปุ่นเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรม พ.ย.
สหรัฐเปิดเผยดัชนีการผลิตเดือนธ.ค.
29 ธ.ค. สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาบ้านเดือนต.ค.









