สำนักวิจัย คาด ประชุมกนง.วันนี้ คงดอกเบี้ยที่ 0.50% แม้มีความเสี่ยงจากโควิด-19ระบาดรอบใหม่ ลั่น ลดดอกเบี้ยไม่ได้ช่วย แย้มอาจเห็นกนง.เลือกลดเงินนำส่ง เอฟไอดีเอฟ เพื่อช่วยลดภาระแบงก์ หวังส่งผ่านไปสู่การลดดอกเบี้ยช่วยลูกหนี้ในอนาคต
นายนริศ สถาผลเดชา ผู้บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ธนาคารทหารไทย หรือ TMB Analytics เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ในวันนี้ 23 ธ.ค. คาดกนง.น่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% แม้จะมีความเสี่ยงจากการระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธ์ุใหม่หรือโควิด-19 ที่กลับมาระลอกใหม่ ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การจับจ่ายใช้สอยระยะสั้นในช่วงปลายปี
อีกทั้งการลดดอกเบี้ยยิ่งกระทบต่อผู้ฝากเงินรายย่อย จึงประเมินว่ากนง.น่าจะลดเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF)จากปัจจุบันที่เหลือ 0.23% ให้ต่ำลงอีก เพื่อให้สถาบันการเงินส่งผ่านโดยการลดดอกเบี้ย เพื่อช่วยลดภาระลูกหนี้ในระยะข้างหน้ามากกว่า
ด้านนายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส Chief Investment Office บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS CIO) ประเมินว่า กนง.จะมีมติเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.50% และอาจให้มุมมองในเชิงระมัดระวังตัวมากขึ้น หลังเกิดการระบาดโควิด-19ครั้งล่าสุด ดังนั้นการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายจึงยังมีความจำเป็นอยู่มาก
ทั้งนี้มองการคงดอกเบี้ยที่ระดับต่ำของธปท. ไม่ได้ส่งผลกระทบกับมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ เพราะมีบางส่วนเท่านั้น ที่เข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อ เก็งกำไรค่าเงิน โดยคาดต่างชาติกลับมาซื้อบอนด์ปีหน้าระดับ 1-2 หมื่นล้านดอลลาร์ ดังนั้นเชื่อว่าธปท.น่าจะแสดงความกังวลเกี่ยวกับการแข็งค่าของเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นรวดเร็ว แต่ไม่น่ามีมาตรการหรือการแทรกแซงในระยะนี้
ด้านนายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า กนง.น่าจะมีการคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.50% แต่จาก โควิด-19 ระบาดในไทยรอบใหม่ ทำอาจเป็นความเสี่ยงที่ กนง. จะลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด ซึ่งเชื่อว่าธปท.อยู่ในภาวะ Catch-22 หรือกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แม้มองว่ายังไม่จำเป็นต้องรีบร้อนลดดอกเบี้ย แต่การตัดสินใจดังกล่าวอาจไม่สนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ อีกด้านค่าเงินบาทที่แข็งค่ากว่า5% ใน ก.ค.-ต.ค. ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกและเศรษฐกิจอย่างมาก






