วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

"กลยุทธ์การลงทุน" (21 ธ.ค.63)

ประเมินผลกระทบจากการติดเชื้อ COVID-19 รอบใหม่

วิกฤติ COVID-19 ในประเทศรอบใหม่จะทำให้ตลาดเกิด correction เราประเมิน downside ไว้ที่ 6%หรือ 1,390 จุด

หลังจากที่หุ้นไทยวิ่งขึ้นมาแรงในช่วงที่ผ่านมาจากจากความคาดหวังของทั่วโลกต่อความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีน, จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศที่ต่ำจนใกล้ศูนย์ และความคาดหวังว่าเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนจะฟื้นตัวขึ้นในปี 2564 ดัชนี SET จะเผชิญการทดสอบในสัปดาห์นี้
หลังจากยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศกลับมาพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเชื่อมโยงกับตลาดกลางกุ้ง พุ่งขึ้นเป็น 694 ราย และมีโอกาสสูงมากที่จะพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีกในสัปดาห์นี้เมื่อมีการตรวจแรงงานต่างด้าวอย่างเข้มข้น ทั้งนี้ เรา
มองว่า downside ของหุ้นไทยจากการระบาดรอบใหม่นี้จะอยู่ที่ 1,390 จุด ซึ่งคำนวณจาก P/E ตามแบบจำลองของเราสำหรับปี 2563 ที่ 18.2x และ EPS ของตลาดปี 2564 (ตามประมาณการของ KGI) ที่ 73.6 ทั้งนี้ downside ที่เราประเมินไว้ต่ำกว่าดัชนีปิดล่าสุดอยู่ 6% คิดเป็น earnings yield gap ปี 2564 ที่ 4.2% ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 10 ปี ย้อนหลัง ทั้งนี้ เรายังคงมองบวกกับแนวโน้มตลาดใน 1Q64 เพราะมองว่าประเทศไทยจะสามารถคุม COVID-19 ได้เหมือนกับรอบที่แล้ว ในขณะที่ในภาพใหญ่ก็ยังคงมีกระแสเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาในตลาด EM ภูมิภาคเอเชีย และตลาดหุ้นไทย

ระดับมหภาค: น่าจะต้องปรับลดประมาณการ GDP ปี 2564 ลงเล็กน้อย ในขณะที่มีโอกาสมากขึ้นมากที่ กนง. จะลดดอกเบี้ยลงอีกใน 1Q64

ถึงแม้ว่านักเศรษฐศาสตร์ของเราจะประเมินว่าการ lockdown จังหวัดสมุทรสาครอาจจะทำให้ GDP ปีนี้ลดลงแค่ 0.1% แต่ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการระบาดไปยังจังหวัดข้างเคียง ซึ่งรวมถึงกรุงเทพด้วยและอาจจะทำให้ผลกระทบทางเศรษฐกิจรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบัน เราเชื่อว่าการ
ระบาดรอบนี้จะส่งผลกระทบกับประมาณการ GDP ปี 2564 ในกรณีฐานของเราที่ 6.8% โดยสถานการณ์จากปัจจุบันจนถึงต้นเดือนมกราคมจะเป็นตัวกำหนดระดับความรุนแรงของผลกระทบ ส่วนในแง่ของนโยบายการเงิน เรามองว่ามีความน่าจะเป็นมากขึ้นที่ กนง. จะลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีกในช่วงไตรมาส 1/2564

หุ้นรายกลุ่ม: กลุ่มโรงแรมและรับเหมาจะถูกกระทบหนักสุด ในขณะที่กลุ่มพลังงาน และโรงไฟฟ้าจะฟื้นตัวได้ดี ส่วนผลต่อ หุ้น domestic play น่าจะอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน

ในบรรดาหุ้นกลุ่มหลัก เราคาดว่ากลุ่มที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือโรงแรม เพราะการเดินทางในประเทศน่าจะลดลงอย่างมาก และกลุ่มรับเหมา ซึ่งต้องอาศัยแรงงานต่างด้าวมาก ในทางกลับกัน หุ้นที่ขับเคลื่อนโดยภาวะเศรษฐกิจโลกในกลุ่มพลังงงาน ปิโตรเคมี และโรงไฟฟ้ ามีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีจาก
ปัจจัยพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานอาจจะเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น เนื่องจากเป็นหุ้น ‘high-beta market plays’ สำหรับหุ้น domestic plays อื่น ๆ ผลกระทบจะแตกต่างกันไป แต่ก็น่าจะยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เราคาดว่าหุ้นกลุ่มการพาณิชย์, สื่อ, ขนส่ง, โรงพยาบาล และอสังหาริมทรัพย์ จะได้รับผลกระทบปานกลาง ในขณะที่กลุ่ม ICT และ non-bank อาจจะถูกกระทบเล็กน้อย

หุ้นที่ได้อานิสงส์จากการระบาดรอบใหม่: ผู้ผลิตถุงมือยาง, หุ้นที่เกี่ยวกับการทำงานจากที่บ้าน, หุ้นlogistics และหุ้นที่เกี่ยวกับการขายของออนไลน์

เราแนะนำให้นักลงทุนเปลี่ยนไปถือหุ้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยจากความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการระบาดในประเทศรอบใหม่ อย่างเช่น กลุ่มสาธารณูปโภค (BGRIM*, GULF*) และหุ้นในธีมที่เกี่ยวกับการทำงานจากที่บ้าน อย่างเช่น COM7*, SYNEX และ DELTA* ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานและปิ
โตรเคมีน่าจะได้รับผลกระทบในเชิงพื้นฐานไม่มากนัก แต่เนื่องจากหุ้นกลุ่มนี้เป็นหุ้นที่นักลงทุนในตลาดนิยมเล่นจึงอาจะเผชิญแรงเทขายในระยะสั้น ซึ่งจะเป็นโอกาสดีให้เข้าช้อนซื้อ ทั้งนี้ เรายังคงมองบวกกับแนวโน้มตลาดใน 1Q64 เพราะมองว่าประเทศไทยจะสามารถคุม COVID-19 ได้เหมือนกับรอบที่แล้ว ในขณะที่ในภาพใหญ่ก็ยังคงมีกระแสเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาในตลาด EM ภูมิภาคเอเชียและตลาดหุ้นไทย