ผลักดันมาเกือบ 2 เดือน สำหรับแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)
โดยกระทรวงคมนาคมได้อนุมัติแผนฉบับใหม่ และเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งแผนฉบับดังกล่าว จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเปลี่ยนบทบาท ขสมก.สู่รัฐวิสาหกิจพ้นวิกฤติ
ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยระบุว่า กระทรวงฯ ได้เสนอแผนฟื้นฟูดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) และต้องรอสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทำหนังสือตอบกลับมาให้กระทรวงฯ ชี้แจง สำหรับข้อสงสัยต่างๆจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เบื้องต้นกระทรวงฯ ทราบว่ามีบางคำถามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง ที่มีความเห็นเกี่ยวกับการบริหารหนี้ โดยเล็งเห็นว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลที่รับภาระหนี้จากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจมาก่อน
“เรื่องตอนนี้อยู่ในขั้นตอนรอที่กระทรวงฯ ก็รอหนังสือตอบกลับจากสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่เวียนถามความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรามีทุกคำชี้แจงที่พร้อมจะตอบคำถามอยู่แล้ว อย่างในเรื่องของกระทรวงการคลัง ที่ถามเรื่องบริหารหนี้ หากกระทรวงการคลังกังวลกับการรับภาระหนี้ เราก็มีวิธีอื่นที่จะบริหารจัดการหนี้ต่างๆ”
สำหรับแนวทางที่กระทรวงคมนาคมและ ขสมก. กำหนดไว้ หากกระทรวงการคลังไม่ตอบรับแนวทางภาระหนี้ตามข้อเสนอของแผนฟื้นฟูนั้น ก็ยังมีแนวทางที่อาจขอให้รัฐบาลช่วยเหลือ เช่น เงินอุดหนุนบริการสาธารณะ (PSO) ส่วนหนี้สินที่สะสมไว้ ขสมก.ก็จะทยอยจ่ายตามกำลัง ขณะที่การก่อหนี้ต่อจากนี้ ขสมก.ก็จะรับเอง
ศักดิ์สยาม ยังเผยด้วยว่า จากความล่าช้าของแผนฟื้นฟู ตนได้แจ้งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีได้เร่งรัดให้ สลค. รีบดำเนินการ เนื่องจากเวลานี้ถือว่าหลุดกรอบเวลาการดำเนินการตามแผนเดิมไปแล้ว จากเดิมที่ตั้งเป้าว่าจะสามารถนำรถเมล์ไฟฟ้า (อีวี) ล็อตแรกประมาณ 400 คัน เข้ามาให้บริการประชาชนได้ในเดือน มี.ค.2564
ทั้งนี้ คาดว่าหากที่ประชุม ครม. สามารถพิจารณาอนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ได้ทันภายในเดือน ธ.ค.นี้ ขสมก. ก็น่าจะสามารถเร่งรัดนำรถเมล์ไฟฟ้าล็อตแรกมาให้บริการได้ประมาณเดือน พ.ค.2564 แต่หากยังไม่สามารถเข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม. ในเดือน ธ.ค.นี้ แน่นอนว่ากรอบเวลาการดำเนินงานก็คงต้องเลื่อนออกไปอีก
“กระทรวงฯ พร้อมตอบคำถาม และข้อสงสัยในทุกเรื่อง แต่เวลานี้ยังไม่มีการส่งความเห็นกลับมา กระทรวงคมนาคมก็ต้องรอต่อไป ทำให้เสียโอกาสในหลายเรื่อง ขสมก. ก็จะขาดทุนสะสมต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ประชาชนก็ต้องใช้บริการรถเมล์ที่ไม่มีคุณภาพต่อไป และยังสร้างมลพิษให้เกิดขึ้นทุกวัน เพราะรถเมล์ ขสมก. ส่วนใหญ่ใช้งานมากว่า 20 ปี”
สำหรับแผนฟื้นฟู ขสมก. กระทรวงฯ ได้เสนอขอความเห็นชอบจาก ครม. ใน 7 ประเด็น ประกอบไปด้วย 1.ปฏิรูประบบรถ 2.ให้ ขสมก. มีสิทธิ์ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งในเส้นทางที่มีการกำหนดใหม่หรือเส้นทางเดินรถที่มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ก่อนผู้ประกอบการขนส่งรายอื่น ในกรณีที่ ขสมก.ไม่ประสงค์เดินรถในเส้นทางดังกล่าว ให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) อนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ประกาศรับคำขอเป็นการทั่วไป
3.นโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสาร ให้ ขสมก.จัดเก็บเป็นอัตราเดียว (Single price)ในอัตรา 30 บาทต่อคนต่อวันไม่จำกัดจำนวนเที่ยว โดยในอนาคตอาจปรับเพิ่มหรือลดอัตราค่าโดยสารเพื่อให้เหมาะสม กับสถานการณ์และภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
4.เสนอขอทบทวนมติ ครม. เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2562 ที่เห็นชอบในหลักการของแผน ฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ฉบับเดิม) เป็นเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ฉบับปรับปรุงใหม่) โดยให้ ขสมก. เช่ารถโดยสารไฟฟ้า (EV) จำนวน 2,511 คัน และจ้างเอกชน เดินรถให้บริการ (รถโดยสารไฟฟ้า (EV) หรือรถโดยสาร NGV จำนวน 1,500 คัน
5.อนุมัติให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 สำหรับโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด 6.อนุมัติในหลักการให้รัฐบาลรับภาระหนี้สินของ ขสมก. โดยจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อชำระคืนต้นเงินกู้ของ ขสมก. เมื่อ Ebitda เป็นบวก ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 เป็นต้นไป 7.อนุมัติหลักการเพื่อขอสนับสนุนเงินอุดหนุนจากภาครัฐ จำนวน 7 ปี โดยเป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง









