วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

กฟผ.ลุยทดสอบนวัตกรรมหวังปั้นธุรกิจใหม่5-10ปี

กฟผ. ลุย 3 โครงการ ERC Sandbox งบลงทุนราว 70 ล้านบาท ทดสอบนวัตกรรมใหม่ผลิตไฟฟ้า เร่งจัดซื้อจัดจ้างพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ปีหน้า หวังต่อยอดปั้นสู่ธุรกิจใหม่ใน 5-10 ปี

นายสมชาย โชคมาวิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)  เปิดเผยว่า   กฟผ. ได้เตรียมความพร้อมรับมือกับกระแสการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว หรือ Disruptive Technology ที่เข้ามาส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า โดยได้สมัครเข้าร่วมโครงการ ERC Sandbox ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เมื่อปี 2562 ซึ่ง กฟผ. ได้รับคัดเลือกให้ร่วมดำเนินการใน 3 โครงการ ใช้งบประมาณรวมกว่า 70 ล้านบาท ได้แก่ 1. โครงการ ENGY Energy is Yours เป็นความร่วมมือระหว่าง กฟผ. กับ คิว. เฮ้าส์,พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค และ เอสซี แอสเสท

  160742762584

  1. โครงการ TU EGAT ENERGY เป็นความร่วมมือ กฟผ.กับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และ 3.โครงการศรีแสงธรรมโมเดล โดยพระครูวิมลปัญญาคุณ (เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม) ได้มีงานวิจัยร่วมกับ กฟผ.

 

โดยทั้ง 3 โครงการ จะเป็นการเข้าไปทดสอบเทคโนโลยีระบบภาคประชาชนซื้อขายไฟฟ้ากันเอง หรือ Peer to Peer (P2P) กับ ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่อยู่อาศัย (หมู่บ้าน), ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทภาคธุรกิจ(คอมมูนิตี้) และผู้ใช้ไฟฟ้าชุมชนห่างไกล (วัด,โรงเรียน) พร้อมศึกษาโครงสร้างอัตราค่าบริการรูปแบบใหม่ Net Metering หรือ Net Billing,เทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานและระบบ Cloud Energy Storage ,เทคโนโลยีระบบไมโครกริด และเทคโนโลยีระบบ Load Aggregator

ปัจจุบัน โครงการที่ 1 อยู่ระหว่างการออกแบบและเตรียมจัดซื้อจัดจ้างฯ ขณะที่อีก 2 โครงการ เตรียมติดตั้งอุปกรณ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนมี.ค.2564 และสามารถส่งรายงานเบื้องต้นให้กับ กกพ.ได้ในช่วงไตรมาส 4 ปี2564 ซึ่งตามกำหนดแล้วโครงการ ERC Sandbox จะแล้วเสร็จประมาณเดือน เม.ย.ปี2565

 

“การทดสอบนวัตกรรมดังกล่าว จะนำไปสู่การต่อยอดธุรกิจรูปแบบใหม่ของ กฟผ. ภายใน 5-10 ปี และยังตั้งเป้าหมายจะผลักดันให้ไทยมีธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่เป็นยูนิคอร์น (Unicorn ) หรือ ธุรกิจที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์”

  160742764342

อย่างไรก็ตาม กฟผ.ได้ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะยังไม่สามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ เนื่องจาก กฟผ.เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่ผลิตและจัดหาไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน จึงยังมีข้อจำกัดด้านกฎหมาย

นางวีนัส หลงสมบุญ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรมและพัฒนาธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) กล่าวว่า  ในงานเสวนา EGAT INNOVATION SHOWCASE 2020 กฟผ.ได้วางแนวทางสู่ EGAT Smart Energy Solution ในระยะ 5-10 ปี โดยเป็นการนำนวัตกรรมและระบบอัจฉริยะเข้ามาใช้ใน 5 มิติ ได้แก่ 1. ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า 2. ระบบส่งไฟฟ้า 3.ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ 4. พลังงานหมุนเวียน และ 5. ระบบรถไฟฟ้า(EV) และระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อให้องค์กรดำเนินงานได้สอดคล้องกับเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต โดยโจทย์สำคัญของการพัฒนานวัตกรรมนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและพลังงานให้สูงขึ้น ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง

 

นอกจากนี้ กฟผ.ยังหันไปดำเนินการธุรกิจต้นน้ำ โดยจัดหาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) เพื่อใช้ที่โรงไฟฟ้าของ กฟผ. ลดต้นทุนผลิตไฟฟ้า และเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน ขณะที่ระบบส่งไฟฟ้า ยังมุ่งขยายการเชื่อมต่อระบบส่งกับเพื่อนบ้านเพื่อทำ Energy Trading ในภูมิภาค รวมถึงพัฒนาระบบส่งให้รองรับความผันผวนจากพลังงานหมุนเวียนด้วยระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) และนำโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) จะพัฒนาศูนย์บริหารโหลดพลังงานหมุนเวียน หรือ RE Control Center และ Trading Platform เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการในทุกขั้นตอนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด