วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทริส ปรับลดเรทติ้งCPALLเป็น A+ เหตุ กู้เงินซื้อโลตัส กดฐานะการเงินอ่อนแอ

ทริสเรทติ้ง ปรับลดอันดับเครดิต CPALLเป็น A+ จากเดิม AA- เหตุ โครงกสร้างทุนอ่อนแอลงจาการก่อหนี้เพื่อลงทุน40% เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) - Tesco Stores (Malaysia) Sdn. Bhd. มูลค่า 9.6 หมื่นล้าน

การปรับลดอันดับเครดิตสะท้อนถึงโครงสร้างเงินทุนของบริษัทที่อ่อนแอลงจากการก่อหนี้เพื่อลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 40 ใน บริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ Tesco Stores (Malaysia) Sdn. Bhd. ซึ่งมีมูลค่าเงินลงทุนเทียบเท่าไม่เกิน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 9.6 หมื่นล้านบาท) โดยบริษัทจะกู้เงินเพื่อลงทุนในครั้งนี้ ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าเงินกู้ครั้งนี้จะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 6 เท่าจากระดับ 4.1 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนจะสูงขึ้นอยู่ที่ระดับ 76% จากระดับ 70% ณ เดือนกันยายน 2563 

ผลประกอบการของบริษัทได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไว้รัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด 19) จากการที่รายได้ของ 7-Eleven ลดลงเป็นอย่างมาก ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 รายได้ของบริษัทอยู่ที่ระดับ 4.1 แสนล้านบาทลดลง 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เทียบกับอัตราการเติบโต 8%-11% ต่อปีในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา 

ยอดขายในสาขาเดิมของ 7-Eleven หดตัวลงเป็นระยะเวลา 3 ไตรมาสติดต่อกัน โดยจำนวนลูกค้าลดลงอย่างมากโดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวจากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศที่ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ในทางตรงกันข้าม แม็คโคร มีผลการดำเนินงานในระดับที่ดี โดยมียอดขายติดลบในไตรมาสที่ 2 และกลับมาเติบโตในระดับ 3.9% ในไตรมาสที่ 3 

อัตรากำไรของบริษัทปรับตัวลดลง กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายอยู่ที่ระดับ 3.6 หมื่นล้านบาท ลดลง 5.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่เงินทุนจากการดำเนินงานอยู่ที่ระดับ 2.7 หมื่นล้านบาท ลดลง 2.0%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของบริษัทลดลงมาอยู่ที่ระดับ 8.8% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 เทียบกับระดับ 9.2%-9.5% ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทริสเรทติ้งมองว่าผลกระทบจากโรคโควิด 19 จะยังคงส่งผลลบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และลดทอนจำนวนนักท่องเที่ยวต่อเนื่องในปี 2564 แต่คาดว่าสถานการณ์จะค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการพัฒนาวัคซีนให้มีใช้อย่างแพร่หลาย 

อันดับเครดิตของบริษัทยังคงสะท้อนถึงสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งซึ่งเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ อาทิ การเป็นผู้นำในธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อในประเทศไทย ลักษณะของธุรกิจค้าปลีกที่สามารถสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การมีเครือข่ายสาขาที่แข็งแกร่งและครอบคลุมทั่วประเทศ และการมีธุรกิจสนับสนุนที่เข้มแข็ง

 

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะความเป็นผู้นำและความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนสามารถมีผลการดำเนินงานทางการเงินที่ดีต่อไปได้ในอนาคต 

สมมติฐานจากประมาณการของทริสเรทติ้งยังไม่รวมถึงโอกาสของการผสานประโยชน์จากการซื้อกิจการครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าแหล่งที่มาของการชำระหนี้เงินกู้จะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า  ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ภายหลังการซื้อกิจการครั้งนี้จะค่อย ๆ ปรับตัวลดลงอยู่ในระดับต่ำกว่า 5 เท่าในปี 2566

 ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

อันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นหากโครงสร้างเงินทุนและกระแสเงินสดที่ใช้รองรับการชำระหนี้ของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก จนส่งผลทำให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่ำกว่า 5 เท่าอย่างต่อเนื่อง ในทางตรงกันข้าม อันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลงหากผลการดำเนินงานของบริษัทอ่อนแอลงกว่าที่คาด หรือมีการก่อหนี้เพื่อขยายการลงทุนจำนวนมากจนส่งผลให้โครงสร้างเงินทุนและความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ