"อาคม"สั่งปัดฝุ่นการปรับโครงสร้างภาษี ระบุ รัฐบาลมีรายจ่ายสูง จำเป็นต้องอุดช่องโหว่ที่ทำให้รัฐสูญเสียรายได้มาก โดยเฉพาะการลดหย่อนและการปรับขึ้นอัตราภาษีในบางตัว ขณะที่ การจัดเก็บภาษีe-serviceจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัฐมีรายได้เพิ่ม
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า จะนำแผนปฏิรูปโครงสร้างภาษีของกระทรวงการคลังมาปัดฝุ่นใหม่ โดยจะทบทวนค่าลดหย่อนทางภาษีที่ปัจจุบันมีเป็นจำนวนมาก ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังมีแผนปฏิรูปโครงสร้างภาษีอยู่แล้ว แต่ต้องนำกลับมาปรับปรุงใหม่ เพราะขณะนี้ค่าใช้จ่ายของรัฐบาลสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ดังนั้น จะต้องมีการทบทวนว่า อะไรบ้างที่เรายกเว้น หรือให้การลดหย่อน ซึ่งมีจำนวนมาก และต้องนำกลับมาดูว่าทั้งหมดทำให้รัฐสูญเสียเงินรายได้ไปเท่าไหร่
นอกจากนั้น ก็เป็นภาษี FTA ซึ่งอัตราภาษีก็จะลดลงไปเรื่อยๆ เราจึงจำเป็นต้องคิดหาแหล่งรายได้ เพื่อให้รัฐบาลสามารถมีรายได้ในการใช้จ่ายเพื่อพัฒนาประเทศ
"การปฏิรูปโครงสร้างภาษีนั้น จะดูทั้งหมด รวมถึง การปรับขึ้นอัตราภาษีด้วย บางตัวที่มีการลดภาษีลงมา เราก็จะต้องมาพิจารณาว่า เราจะหาแหล่งรายได้อะไรมาชดเชย จะมาจากภาษีทางตรงหรือภาษีทางอ้อม ส่วนการลดภาษีให้กับโครงการที่ส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ก็จำเป็นต้องพิจารณา ซึ่งปัญหาคือ หากไม่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีนักลงทุนก็อาจไม่เข้ามาลงทุน"
เขากล่าวว่า แม้ว่าในหลายประเทศจะมีแนวโน้มในการปรับลดภาษีลงมา แต่เราจะต้องไปดูในรายละเอียดของโครงสร้างภาษีในประเทศนั้นๆ ที่อัตราภาษีบางตัว เช่น แวตสูงกว่าประเทศไทยมาก
เขากล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา
กระทรวงการคลัง ได้ผลักดันภาษี e- ServiceTax
ขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภาคือ e-service หรือการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม จากสินค้าบริการที่ผู้ให้บริการอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งกฎหมายปัจจุบันกรมสรรพากรยังไม่มีอำนาจในการจัดเก็บ ซึ่งจะทำให้กรมสรรพากร มีรายได้เพิ่มขึ้น








