วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘มหาดไทย’ ดันต่อสัญญา BTS พร้อมตอบ 4 คำถาม ’ศักดิ์สยาม’

ครม.ส่งเรื่องต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวกลับมหาดไทย ตอบคำถามคมนาคม “อนุพงษ์” ยืนยันเสนออนุมัติใหม่ “บีทีเอส” ชี้ ค่าโดยสาร 65 บาทตลอดสาย มีผลศึกษาความคุ้มค่า เดินหน้าเปิดส่วนต่อขยายถึงคูคต 16 ธ.ค.นี้

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2563 กระทรวงมหาดไทยเสนอให้มีการพิจารณาร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นวาระจร โดยเป็นการต่อสัญญาระหว่างกรุงเทพมหานครกับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีการแสดงความเห็นเพิ่มเติมจากบางหน่วยงาน เช่น กระทวงคมนาคม

นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เปิดเผยกับกรุงเทพธุรกิจว่า ครม.มีมติรับทราบและให้รวบรวมความเห็นของหน่วยงานต่างๆ เกี่ยวกับร่างสัญญาที่เสนอใน ครม.เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยความเห็นจะถูกส่งไปที่กระทรวงมหาดไทยในฐานะกำกับดูแลกรุงเทพมหานคร เพื่อตอบความเห็นกระทรวงคมนาคมที่สอบถามเพิ่มเติม

ทั้งนี้ สลค.นำวาระเข้าตามที่กระทรวงมหาดไทยส่งหนังสือความเห็นมานานแล้ว แต่ที่รอเนื่องจากมีการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่มีขั้นตอนกลับไปดูทั้งหมด รวมทั้งนำผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรกลับไปพิจารณาด้วยตามมติ ครม. โดยเมื่อมีความเห็นของกระทรวงคมนาคมที่เป็นเรื่องใหม่ และยังไม่เคยหารือใน ครม.จึงนำเข้ามาสอบถามความเห็นเพราะเรื่องใหญ่พอสมควร

“เรื่องนี้ไม่มีธงอะไรและ ครม.ไม่ได้ขัดแย้งอะไร และไม่ใช่การเอาสัญญาเข้ามาบังคับให้ ครม.ตัดสินใจแล้วถูกตีกลับ แต่เป็นการเอามาเพื่อรอฟังความเห็นและเป็นเรื่องที่ ครม.แค่รับทราบเมื่อรับทราบแล้วก็ส่งให้หน่วยงานที่ต้องตอบคำถาม คือ กระทรวงมหาดไทย และเมื่อตอบมาจะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูคำตอบและเหตุผลจากนั้นจึงตัดสินใจร่วมกันว่าเรื่องนี้จะเดินหน้าอย่างไร” นายธีรพงษ์ กล่าว

คาดเข้า ครม.อีกรอบปีหน้า

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า ประเด็นที่กระทรวงคมนาคมเห็นค้านและนำเสนอ ครม.มีหลายประเด็น โดยหากไม่ได้ข้อสรุปจะบรรจุวาระเข้า ครม.ไม่ได้ เพราะการต่อสัญญาสัมปทานหรือไม่เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องคำนึงถึงข้อกฎหมายและผลประโยชน์ต่อประชาชน 

รวมทั้งจะไม่มีการบรรจุเป็นวาระจร แต่จะเป็นวาระพิจารณาปกติที่มีการเสนอความเห็นทุกหน่วยงานอย่างรอบครอบ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะเข้า ครม.ได้อีกครั้ง คาดว่าจะต้องข้ามไปปี 2564 แน่นอน เพราะต้องรอการตอบคำถามให้ครบถ้วน

“อนุพงษ์”ยืนยันเสนอใหม่

นอกจากนี้ การประชุม ครม.ล่าสุดมีผู้อภิปรายหลายประเด็น โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีความเห็นคัดค้านจากเดิมที่การเข้า ครม.ที่ผ่านมาไม่มีการคัดค้าน ในขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพิ่งรับทราบประเด็นที่มีการคัดค้านเพิ่มเติม ซึ่งต้องมีการนำเข้า ครม.ใหม่และหากมีการคัดค้านก็ให้ชี้แจงมาพร้อมตอบทุกคำถามและให้มีการรับผิดชอบร่วมกัน

ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ระบุว่า การต่ออายุสัมปทานสายสีเขียวไม่ได้เกี่ยวข้องหรือกระทบต่อกระทรวงคมนาคม เนื่องจากงานโยธาส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ (หมอชิต-คูคต) ที่แต่เดิมการรถไฟฟ้าขนสางมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ก่อสร้างไปกว่า 50,000-60,000 ล้านบาท นั้น รฟม.ได้โอนทรัพย์สินพร้อมภาระหนี้บวกดอกเบี้ยมาให้กรุงเทพมหานคร หมดแล้ว ดังนั้นจึงไม่มี สิ่งใดค้างคากับกระทรวงคมนาคมอีกต่อไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังไม่ยอมหยุดอ่านข้อเสนอแนะต่อไปว่า อัตราค่าโดยสาร 65บาท แม้ได้รับการปรับลดแล้วยังถือว่า ยังแพงสำหรับประชาชน และได้อธิบายความเห็นคัดค้าน 4 ประเด็น

รวมทั้งมีการชี้แจงของผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุดที่อธิบายข้อกฎหมายถึงการต่อสัญญาที่ดำเนินการตามคำสั่ง คสช.ที่มีผลในทางปฏิบัติ ซึ่งนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นว่าเมื่ออัยการยืนยันดังกล่าวก็จบประเด็นข้อกังวลทางกฎหมาย

ในขณะที่กระทรวงการคลังไม่มีประเด็นด้าน เพียงแต่ชี้แจงว่าการต่อสัญญาครั้งนี้ไม่ขัด พ.ร.บ.การร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) 

“บีทีเอส”ชี้แจงประเด็นค้าน

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC กล่าวว่า บีทีเอสได้รับทราบข้อมูลความเห็นของกระทรวงคมนาคมที่ชี้แจงใน ครม.ทั้ง 4 ประเด็นจากสื่อมวลชน ซึ่งอาจมีข้อมูลคลาดเคลื่อน โดยประเด็นการครบถ้วนตาม พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 ซึ่งที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้ศึกษาผลประโยชน์ตอบแทนครบถ้วน และจึงเลือกแนวทางเจรจากับเอกชนรายเดิมในการต่อสัมปทาน 30 ปี 

อีกทั้งบีทีเอส กรุงเทพมหานครและกระทรวงมหาดไทยได้หารือร่วมกันต่อเนื่อง และได้ขอความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงคมนาคม 3 ครั้ง และตอบกลับทุกครั้ง

“การศึกษาแนวทางต่อสัญญาสัมปทานกับผู้เดินรถรายเดิมเป็นการศึกษาของกรุงเทพมหานคร โดยได้วิเคราะห์ผลประโยชน์ตอบแทนและสอบถามความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”

ระบุค่าโดยสาร65บาทเหมาะสม

ส่วนประเด็นการคิดอัตราค่าโดยสาร 65 บาทตลอดสายไม่เหมาะสมนั้น ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการเสนอของบีทีเอส แต่เป็นการคำนวณต้นทุนความเหมาะสมจากกรุงเทพมหานครเสนอ แต่บีทีเอสได้มีข้อเสนอในการต่อสัญญาสัมปทานด้วยว่า บีทีเอสจะแบ่งส่วนแบ่งรายได้ให้กรุงเทพมหานครทุกปี อีกทั้งค่าโดยสาร 65 บาทตลอดสาย เป็นราคาที่กำหนดการเดินรถในระยะทาง 67 กิโลเมตร ดังนั้นหากนำไปเปรียบเทียบรถไฟฟ้าสายอื่นพบว่ารถไฟฟ้าบีทีเอสมีระยะทางยาวกว่า

ขณะที่ข้อความเห็นของกระทรวงคมนาคมการใช้สินทรัพย์ของรัฐที่ผ่านมาบีทีเอสและกรุงเทพมหานครได้หารือต่อเนื่อง โดยการใช้สินทรัพย์ของรัฐต้องลงทุนตัวรถและระบบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้งรัฐไม่ได้ลงทุนงานโยธาสายสีเขียว ในขณะที่บีทีเอสยังมีข้อเสนอที่จะจัดสรรส่วนแบ่งรายได้ให้ภาครัฐ ซึ่งเทียบโครงการอื่นที่รัฐต้องร่วมลงทุน

และประเด็นของข้อพิพาททางกฎหมาย ที่กระทรวงคมนาคมมีการหยิบยกมาเป็นความเห็นเพิ่มเติมนั้น บีทีเอสขอชี้แจงว่า ข้อพิพาทดังกล่าวถือเป็นข้อพิพาทระหว่างตัวบุคคล ดังนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาสัญญาสัมปทาน อีกทั้งหากในอนาคตมีการพิจารณาเป็นความผิด บีทีเอสก็จะเอาความผิดตัวบุคคล ไม่ได้ปกป้องคนผิดแต่อย่างใด ดังนั้นในประเด็นนี้จึงถือว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน

“คีรี”ยืนยันเดินรถต่อเนื่อง

นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันรถไฟฟ้าสายสีเขียวเปิดให้บริการรวม 58.42 กิโลเมตร โดยเดือน ธ.ค.นี้ จะเปิดบริการเพิ่ม 7 สถานี ต่อจากสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ คือ สถานีพหลโยธิน 59 ถึงสถานีคูคต

ทั้งนี้การประชุมคณะกรรมการบริหารบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ที่มีนายคีรี กาญจนพาสน์เป็นประธานเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมาได้ประกาศว่าจะเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายต่อไป โดยไม่ทิ้งผู้โดยสารไว้ข้างหลังแม้จะได้รับผลกระทบจากการเดินรถ โดยไม่ได้รับค่าจ้าง8,000ล้านบาทนับตั้งแต่เปิดให้บริการเดินรถส่วนต่อขยาย 4 ส่วน

ส่วนกรณีวันที่ 16 ธ.ค.นี้ มีการเปิดบริการส่วนต่อขยายตามที่รัฐให้ข้อมูล ในขณะที่ยังไม่มีความชัดเจนอัตราค่าโดยสารนั้น บีทีเอสจะรายงานค่าชดเชยจ้างเดินรถที่เพิ่มขึ้นให้กรุงเทพมหานครทราบ