วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งเบรค NOK-SHREIT ขึ้น SP, NP เหตุผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปต่องบการเงินรอบนี้ -9 ด. ขาดทุนอ่วม

ตลาดหลักทรัพย์ฯ แจ้งขึ้นเครื่องหมาย SP, NP หุ้น NOK และ SHREITเหตุผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปต่องบการเงินรอบนี้ ขณะที่สายการบินนกแอร์ แจง 9เดือนปีนี้ขาดทุนแตะ2.59พันล้านบาท เพิ่มขึ้น13.93% เหตุโควิด-19 ฉุดจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินลด รวมถึงเลิกกิจการนกสกู๊ต ทำให้รายได้ลดลง47.68%

เมื่อช่วงเช้าวันที่17 พ.ย. นี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ต.ล.ท.) แจ้งการขึ้นเครื่องหมาย SP, NP หลักทรัพย์ของบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) (NOK) และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่าสตราทีจิก  ฮอสพิทอลลิตี้ (SHREIT) เนื่องจากผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปต่องบการเงินสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2563 ซึ่งสำนักงาน ก.ล.ต.อาจสั่งการให้บริษัทแก้ไขงบการเงินได้ ทั้งนี้ กำหนดปลดเครื่องหมายในวันที่ 18 พ.ย. 2563

ทั้งนี้ บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK รายงานงบการเงินต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ แห่งประเทศไทย(ตลท.) ว่า สำหรับช่วง9เดือน ปี2563 บริษัทมีผลประกอบการขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมจำนวน 2,598.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น13.93% หรือเพิ่มขึ้นจากขาดทุน 2,280.91 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้บริษัทได้รับรู้ผลขาดทุนจากการเลิกกิจการของบริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ทำให้ส่วนผลขาดทุนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 3,935.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น1,615.31 จากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า

ทำให้ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 4,827.74 ล้านบาท ลดลง 47.68 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19  ทำให้จำนวนผู้โดยสาร และจำนวนเที่ยวบินลดลงอย่างมีนัยสำคัญสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัท มีจำนวนรวม 9,473.19 ล้านบาท ลดลง10.74% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ซึ่งลดลงในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ที่ลดลด ทั้งนี้เนื่องจากในเดือนแรกของปี 2563 บริษัทได้รับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยน เป็นยอดเงิน 656.11 ล้านบาท จากการนำมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 16 เรื่องสัญญาเช่ามาใช้ รวมถึการบันทึกตันทุนดอกเบี้ยของสิทธิการใช้ เครื่องบินและพื้นที่ตามสัญญาเช่า จำนวน462.65 ล้านบาทด้วย และบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิด ตามมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 เป็นยอดเงินจำนวน 1,446.02 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนเบ็ดเสร็จ จำนวน2,598.71 ล้านบาท  นอกจากนี้บริษัทได้รับรู้ผลขาดทุนจากการเลิกกิจการของบริษัท สายการบินนกสกู้ต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ทำให้ส่วนผลขาดทุนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 3,935.96 ล้านบาท

“จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น โดยเฉพาะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนั้นด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทยังเพิ่มสูงขึ้นโดยสาเหตุหลักมาจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้น จากอัตราแลกเปลี่ยน จากการนำมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 16 เรื่องสัญญาเช่ามาใช้ และการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญหผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิด ตามมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 ทำให้มีผลขาดทุนดังกล่าว”