ธปท.รับปล่อยกู้ซอฟท์โลนอืด จ่อทบทวนเกณฑ์ใหม่ภายในปีนี้ หนุนแบงก์ปล่อยกู้เพิ่ม เผยแนวโน้มกำไรแบงก์พาณิชย์หดหลังดอกเบี้ยลด สำรองหนี้เสียเพิ่ม สวนทางสินเชื่อรวมยังโตต่อปีนี้คาด 3-5% โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ-รายย่อยยังขยายตัวด
นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ยอมรับว่า การปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟท์โลนของธปท.ภายใต้วงเงิน 5 แสนล้านบาท มีอุปสรรคและติดขัดในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้การปล่อยสินเชื่อที่ผ่านมาไม่ได้มากนัก
โดยที่ผ่านมา ธปท.ได้มีการทบทวน และมีการผ่อนคลายเกณฑ์ซอฟท์โลนต่อเนื่อง เช่น การขยายระยะเวลาการขอซอฟท์โลนออกไปอีกไปอีก 6 เดือน หลังจากครบกำหนด 22 ต.ค.ที่ผ่านมา จนถึง เม.ย. 2564 รวมถึงการขยายกรอบการปล่อยสินเชื่อซอฟท์โลน ให้ครอบคลุมบริษัทจดทะเบียนในตลาด mai และดึงกลไกของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.)ให้เข้ามาค้ำประกันและรับความเสี่ยง หลังจากปีที่ 2 เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตามจากข้อเสนอของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ที่เข้ามาเพิ่มเติม ธปท.อยู่ระหว่างเร่งการทบทวนเงื่อนไขซอฟท์โลน ภายใต้ประกาศของธปท. ที่สามารถทำได้ ซึ่งคาดว่าจะเห็นการปรับเงื่อนไขต่างๆ ออกมาให้เห็นทันในปีนี้
“ซอฟท์โลนที่ผ่านมายอมรับว่าติดขัดจริง ทำให้การปล่อยสินเชื่อได้ช้า ซึ่งที่ผ่านมาธปท.ก็พยายามทยอยแก้ไข ปรับเกณฑ์ต่างๆต่อเนื่อง และจากข้อเรียกร้องของธนาคารพาณิชย์ เราก็นำมาทบทวนต่อเนื่อง และปัจจุบันอยู่ระหว่าง ทบทวนเงื่อนไขต่างๆ ภายใต้เงื่อนไขที่เราสามารถทำได้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเห็นได้ทันในปีนี้”
ข้อมูล ณ วันที่ 9 พ.ย.2563 มียอดปล่อยสินเชื่อแล้ว 120,203 ล้านบาท โดยผู้ที่ได้รับซอฟท์โลน 71,790 ราย วงเงินเฉลี่ยในการอนุมัติอยู่ที่ 1.7 ล้านบาทต่อราย
นางสาวสุวรรณี กล่าวต่อว่า สำหรับแนวโน้มผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ปีนี้ คาดว่ากำไรสุทธิน่าจะลดลง หากเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากปีนี้เป็นปีที่ยากลำบากสำหรับธนาคารพาณิชย์ จากวิกฤติไวรัสโคโรนา สายพันธ์ใหม่ หรือโควิด-19 ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ต้องลดดอกเบี้ย เชื่อช่วยลดภาระลูกหนี้ ซึ่งส่งผลให้รายได้ของระบบธนาคารลดลง
ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์นำกำไรส่วนหนึ่งไปตั้งสำรอง เพื่อป้องกันหนี้ที่อาจด้อยคุณภาพในอนาคต ส่งผลให้แนวโน้มกำไรสุทธิมีทิศทางลดลงแน่นอน อย่างไรก็ตามจากผลทดสอบภาวะวิกฤติ(Stress test)ของธปท.ที่ออกมา ธปท.เชื่อว่าเงินกองทุนของแบงก์ที่แข็งแกร่ง จะทนทานรับผลกระทบโควิด-19 ได้
ส่วนแนวโน้มสินเชื่อรวมของธนาคารพาณิชย์ปีนี้ คาดว่าจะเติบโตได้ โดยคาดอยู่ในกรอบ 3-5 % เพิ่มขึ้นหากเทียบกับปี 2562 ที่สินเชื่อขยายตัว 2% เนื่องจาก 9 เดือนสินเชื่อโตเติบโตแล้ว 3.9% และคาดไตรมาส 4 สินเชื่อเติบโตต่อเนื่อง หากเทียบกับไตรมาส 2-3 ที่ผ่านมา เนื่องจากเริ่มเห็นกิจกรรมเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวมากขึ้น หลังรัฐบาลคลายล็อกดาวน์
ขณะที่แนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังมีทิศทางเพิ่มขึ้น หากเทียบกับไตรมาส 3 ที่หนี้เสียอยู่ที่ 3.14% เนื่องจากมีลูกหนี้บางส่วนที่ไม่สามารถติดต่อได้ และลูกหนี้ที่ไปต่อไม่ไหว ซึ่งเหล่านี้จะค่อยๆทยอยเป็นเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น แต่จะไม่เห็นหนี้เสียปรับเพิ่มขึ้นหวือหวา
ส่วนหนึ่งมาจากการที่ธนาคารมีการช่วยเหลือลูกหนี้ต่อเนื่อง และมีลูกหนี้บางส่วนเริ่มกลับมาชำระหนี้ได้ ทำให้เห็นการขอความช่วยเหลือลูกหนี้ในระบบธนาคารพาณิชย์ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปีนี้ ลดลง เหลือ 3.78 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 26% ของสินเชื่อรวม ลดลงจาก 4.55 ล้านล้านบาท หรือ 31% ของสินเชื่อรวมหากเทียบกับช่วงมิ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ลดลงจากลูกหนี้รายย่อย






