"จีซี" ดึงพันธมิตรร่วมผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน ชู 3 แนวทางใช้เทคโนโลยีปรับกระบวนการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากขยะพลาสติก
การผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy เป็นทิศทางธุรกิจที่ถูกนำมาใช้แพร่หลายมากขึ้นทั่วโลก รวมถึงผู้ประกอบการที่นำแนวคิดนี้มาอยู่ในการวางแผนธุรกิจ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี ได้จัดประชุมระดับโลก GC Circular Living Symposium 2020 : Tomorrow Together เพื่อเป็นแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน
นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี กล่าวในหัวข้อ “Leaders on Sustainability in Action” ว่า หลายปีที่ผ่านมา จีซี ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักความยั่งยืนด้วยการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
รวมทั้งนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในองค์กรภายใต้แนวคิด GC Circular Living ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่เข้ามาช่วยให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรมีประสิทธิภาพ และบูรณาการหลักปฏิบัติเข้าสู่ทุกกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ พร้อมจัดทำโครงการที่เน้นให้เกิดการปฏิบัติได้จริง เพื่อสร้างความร่วมมือและต่อยอดขยายให้เป็นรูปธรรม โดยการดำเนินงานมี 3 องค์ประกอบ คือ
1.Smart Operating การนำเทคโนโลยีแบบใหม่มาพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต ใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยจีซีมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) จากกระบวนการผลิตลง 20% ภายในปี 2030 และลดความเข้มข้นของการปล่อย GHG ต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ลง 52% ภายในปี 2050 ซึ่งมีเป้าหมายในการลด GHG ครอบคลุมซัพพลายเชนทั้งหมด
รวมทั้ง จีซีเป็นผู้นำที่มีทิศทางการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคต โดยขยายขอบเขตจากการดำเนินงานของบริษัทออกสู่แวลูเชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีส่วนสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก
2.Responsible Caring การคิดค้น พัฒนา และออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการนำขยะพลาสติกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรม เช่น ก่อสร้าง ยานยนต์ ที่เลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาลงเพื่อลดพลังงานและประหยัดต้นทุน
3.Loop Connecting การสร้างและขยายความร่วมมือร่วมกับทุกภาคส่วน รวมถึงผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อขยายผลสำเร็จและเชื่อมต่อธุรกิจให้ครบวงจร
นอกจากนี้ ทั้ง 3 องค์ประกอบนี้ ต้องมี 4 ปัจจัยที่นำพาไปสู่ความสำเร็จ ได้แก่
1.Thought Leader ผู้นำความคิด นวัตกรและนักธุรกิจจากทั่วโลกมาร่วมแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ในการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปใช้เพื่อขับเคลื่อนโลกร่วมกัน
2.Innovation นวัตกรรมจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มีสินค้าที่ผลิตด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนออกมาได้จริง
3.Business Model การออกแบบธุรกิจให้เกิดขึ้นจริง และสามารถพึ่งพาตนเองได้ 4.Ecosystem การสร้างระบบนิเวศเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอยู่ร่วมกันได้
“แม้เศรษฐกิจหมุนเวียนจะมีต้นทุน แต่เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างโอกาสเจาะตลาดสินค้ารักษ์โลกที่เพิ่มมูลค่าสินค้าให้สูงขึ้น ซึ่งบริษัทใหญ่แนวทางนี้แล้ว” นายคงกระพัน กล่าว
นายธีโอ แจน ไซม่อนส์ เป็นพาร์ทเนอร์จากแมคคินซี่ คอมพานี ประเทศเยอรมนี กล่าวถึงโอกาสการข้ามอุตสาหกรรมในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ว่า ทั่วโลกมีนโยบายลดจำนวนการใช้พลาสติก ขณะเดียวกันมีโมเดลต้นแบบออกมามากมาย เพื่อนำไปสู่การสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยผู้กำหนดนโยบายต่างลงมาเล่นเองมากขึ้น
ทั้งนี้ แมคคินซี่ คอมพานีได้วิเคราะห์หน่วยงาน 250 แห่ง เรื่องการลดใช้วัสดุพลาสติกและหันมาใช้วัสดุรีไซเคิล พบว่าบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี ได้วางเป้าหมายการดำเนินงานไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ชัดเจนและทำมากขึ้น โดยการนำพลาสติกกลับใช้ใหม่ตามทฤษฎีแวลูเชน
“นวัตกรรมเป็นสิ่งสำคัญที่นำมาใช้แก้ไข และสร้างความเป็นไปได้ในเรื่องใช้พลาสติกอย่างมีคุณค่า ตั้งแต่ออกแบบการใช้ การค้นหาวิธีเพื่อรีไซเคิล นำกลับมาใช้ใหม่โดยต้องอาศัยความร่วมมือและประสานงานในทุกระดับ รวมถึงความจำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนในระบบอุตสาหกรรมมากขึ้น ดังนั้นการดึงดูดนักลงทุนภาคการเงินมีความสำคัญ ไม่เฉพาะแค่การศึกษาวิจัยกระบวนการทางปิโตรเคมีเท่านั้น”
รวมทั้งสิ่งสำคัญต้องทำให้เกิดความมั่นใจว่า บริษัทต่างๆจะเข้ามาร่วมมือกันในการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับโลก ไม่ใช่แค่ระดับประเทศ ซึ่งต้องมีแรงจูงใจอื่นเพื่อเลือกรูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เหมาะสมกับประเทศตน
“โควิด”ความท้าทายใหม่
ตัวแทนจากเนชั่นแนล จีโอกราฟิกเอ็กซ์พลอเลอร์ และมูลนิธิเอลเลน แมคอาเธอร์ ได้ระบุถึงการเริ่มปฏิบัติร่วมกันจากสิ่งที่ได้เรียนรู้ในปี 2020 ซึ่งเกิดโรคโควิด-19 ทำให้มีปริมาณการใช้พลาสติกมากขึ้นหลายเท่าตัวจากช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่ได้รณรงค์ลดการใช้พลาสติกอย่างจริงจัง
ทั้งนี้หน้ากากอนามัยจำนวนมากถูกทิ้งเป็นขยะย่อยสลายได้ยาก และกลายเป็นความท้าทายต่อการนำมารีไซเคิลกลับเข้าสู่กระบวนการกลับมาใช้ใหม่ขณะเดียวกัน หลายคนเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ถ้าหากจะนำกลับมาผลิตเป็นแก้วน้ำ จาน หรือช้อนส้อม แต่ความเป็นจริงพลาสติกเหล่านี้เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งของเครื่องใช้ทั่วไป อย่างไรก็ตามแนวคิดนี้นำไปใช้ในระดับชุมชน และขยายเป็นระดับประเทศ เป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจท่ามกลางวิกฤติไวรัส








