วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์การลงทุน (2 พ.ย.63)

วิเคราะห์นัยของผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ต่อตลาดหุ้น

หากนาย Joe Biden ชนะเลือกตั้งอาจจะส่งผลลบในระยะสั้นต่อตลาดหุ้นโลก แต่จะเป็ นบวกในระยะยาวกับตลาดหุ้นเอเซีย

เรามองว่า consensus ที่ให้น้ำหนักไปทางที่ Joe Biden จะชนะการเลือกตั้ง และ Democrats จะได้เสียงข้างมากทั้งสองสภาจะส่งผลลบในระยะสั้นต่อภาวะตลาดหุ้นโลก ประเด็นแรก Biden น่าจะปรับขึ้นอัตราภาษีนิติบุคคลสหรัฐขึ้นจาก 21% เป็น 28% ประเด็นที่สอง เขามีท่าทีแข็งกร้าวกับกฎหมาย antitrust ซึ่งหมายความว่าหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อาจจะเผชิญอุปสรรคทางธุรกิจมากขึ้นในระยะต่อไป ประเด็นที่สาม Biden น่าจะชนะแบบเฉียดฉิว และ Donald Trump ก็น่าจะนำประเด็นเรื่อง ‘การโกงการเลือกตั้งทางไปรษณีย์’ ขึ้นสู่การพิจารณาของศาล ซึ่งอาจจะทำให้เกิดวิกฤติรัฐธรรมนูญสหรัฐ อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าตลาดจะย่อตัวลงเพียงชั่วคราวจากการที่ Biden ชนะ แต่จะเป็นบวกกับตลาดหุ้นเอเชียในระยะยาวเราคิดว่าราคาหุ้นสหรัฐที่ขยับสูงขึ้นมา บวกกับปัจจัยกระตุ้นด้านบวกเกี่ยวกับวัคซีน COVID-19ที่รออยู่ข้างหน้าจะทำให้นักลงทุนมองหาหุ้นที่คุ้มค่าน่าลงทุนในตลาด emerging markets และเอเซีย ซึ่งในปัจจุบันมีราคาถูกกว่าหุ้นในตลาด DM

หุ้นที่เกี่ยวข้องกับจีน และ EM ในเอเชียจะได้อานิสงส์จากชัยชนะของ Biden

เราพบว่าในตลาดหุ้นสหรัฐ หุ้นใน S&P500 ที่เกี่ยวข้องกับจีนจะ outperform ดัชนี S&P500 โดยรวม Index เมื่อมีความเป็นไปได้มากขึ้นว่าพรรค Democrat จะชนะการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณว่านักลงทุนอาจจะตอบรับเชิงบวกกับหุ้นจีนและ EM ในเอเชียถ้าหาก Joe Biden ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในสัปดาห์นี้ เราคาดว่า Joe Biden จะยังคงสร้างข้อจำกัดต่ออำนาจทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของจีน แต่น้อยกว่าท่าทีแข็งกร้าวของ Donald Trump นอกจากนี้ เรายังมองว่ามีอากาสสูงที่ Biden จะหันมายกเลิกภาษีบางรายการที่เก็บจากจีนในยุคของ Trump

ภาวะตลาดหุ้นเทคโนโลยีโลก และโรงพยาบาลในสหรัฐอาจจะเป็ นลบ ส่วนของไทย ขาขึ้นของอิเล็กทรอนิกส์ก็อาจจะสะดุดในช่วงสั้น

เรามองว่าการที่ Biden ชนะจะส่งผลลบต่อภาวะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโลกเนื่องจากอัตราภาษีนิติบุคคลในปัจจุบันต่ำ และราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาแรงในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ เรายังมองว่าหุ้นโรงพยาบาลในสหรัฐก็จะได้รับผลกระทบจากการกลับมาใช้ระบบดูแลสุขภาพคล้าย ๆ กับ Obamacare อีกครั้ง แต่ในกรณีของ
ประเทศไทย และในทวีปเอเชีย เรามองว่าจะถูกกระทบแค่ชั่วคราวเท่านั้น เราคิดว่าอัตราภาษีสหรัฐที่สูงขึ้นจะทำให้ CAPEX ของบริษัทต่าง ๆ ลดลง แต่จะกระทบแค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น และจะทำให้มีการเลื่อนใช้งบ CAPEX เท่านั้น เพราะการไม่อัพเกรดเทคโนโลยีจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลงในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ของไทยส่วนใหญ่ก็อยู่ช่วงปลายน้ำของสายโซ่อุปทาน ดังนั้นจึงน่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ของเรามองว่าท่าทีระหว่างจีนและสหรัฐ น่าจะผ่อนคลายลงหาก Biden ชนะ และเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มจะฟื้นตัวได้ดีกว่าตอนที่ Donald Trump อยู่ในตำแหน่งและใช้ท่าทีแข็งกร้าวกับจีน สำหรับหุ้นกลุ่มอิเล็ทรอนิกส์ที่เราดูแลอยู่นั้น DELTA มีสัดส่วนยอดขายในสหรัฐสูงที่สุดที่ 34% ของรายได้รวม

พลังงานหมุนเวียนทั่วโลกจะได้อานิสงส์จากการที่ Biden ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ชัยชนะของ Biden จะช่วยหนุนธีมพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่สำหรับประเทศไทย นักลงทุนต้องเลือกหุ้นอย่างระมัดระวัง โดยหุ้นพลังงานไทยส่วนใหญ่จะเน้นที่ประเทศในกลุ่ม ASEAN เนื่องจาก i) สะดวกในการเดินทางข้ามประเทศ ii) ต้นทุนในการทำ due diligence ถูกกว่า และ iii) สามารถ
เคลื่อนย้ายพนักงานในระดับปฏิบัติการ และฝ่ายจัดการได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตาม การลงทุนในสหรัฐก็อาจจะเป็นไปได้สำหรับบริษัทที่มีฐานอัตรากำไรสูงอย่างเช่น EGCO*, GULF*, GPSC* และ and RATCH* เรามองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ GULF ,GPSC และ BPP จะขยายธุรกิจไปที่สหรัฐ