สนพ.ประเมินราคาน้ำมันดิบระยะสั้นยังผันผวนในกรอบแคบ ผลจากพายุในอ่าวเม็กซิโก ขณะที่ซาอุดิ อารามโค ประกาศเพิ่มราคาขายในเอเชีย ด้านราคา Spot LNG ต้นเดือน ต.ค.นี้ พุ่งแตะ 5.142 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ. ได้คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวนในกรอบแคบ โดยมีปัจจัยหนุนราคาน้ำมันจากพายุเฮอริเคนเดลต้าที่พัดถล่มอ่าวเม็กซิโก ส่งผลให้แท่นขุดเจาะน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติหลายแห่งหยุดดำเนินการชั่วคราว การที่ซาอุดิ อารามโค ของซาอุดีอาระเบียประกาศเพิ่มราคาขาย OSP (Official selling price) น้ำมันดิบของภูมิภาคเอเชียเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น ตลาดคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันโลกเริ่มมีทิศทางค่อยๆ ฟื้นตัว ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขทางเศรษฐกิจของจีน อาทิ ยอดส่งออกในเดือนกันยายนที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี อุปทานส่วนเกินในตลาดที่ถือว่าอยู่ในระดับสูง หลังปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกเดือนกันยายนเพิ่มสูงขึ้น 0.16 ล้านบาร์เรล/วัน โดยเฉพาะจากประเทศลิเบียที่กลับมาผลิตและส่งออกน้ำมันอีกครั้ง มีรายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ต้นเดือนตุลาคมที่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมัน
โดยถานการณ์ราคาน้ำมันโลกระหว่าง 5 – 11 ตุลาคม 2563 พบว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบ เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 40.91 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และเวสต์เท็กซัส เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 40.33 ต่อบาร์เรล เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.24 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และ 1.15 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ตามลำดับ
ส่วนของสถานการณ์ก๊าซธรรมชาติ ระหว่าง 28 กันยายน – 2 ตุลาคม 2563 พบว่า ราคา Spot LNG เฉลี่ยในสัปดาห์นี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 0.305 เหรียญสหรัฐฯ/ล้านบีทียู มาอยู่ที่ระดับ 5.142 เหรียญสหรัฐฯ/ล้านบีทียู เนื่องจากมีความต้องการ LNG เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียเหนือที่เตรียมการสำรอง LNG สำหรับฤดูหนาวที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตามโครงการผลิตในสหรัฐฯ ได้ทยอยกลับมากลับมาดำเนินการผลิตและส่งออก LNG ตามปริมาณปกติ จึงส่งผลให้มีเที่ยวเรือส่งมอบมาทางเอเชียเพิ่มขึ้น
สำหรับปัจจัยในประเทศ ที่จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน พบว่า ค่าเงินบาทของไทย แข็งค่าขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.36 บาท/เหรียญสหรัฐฯ มาอยู่ที่ระดับ 31.4530 บาท/เหรียญสหรัฐฯ (ต้นทุนน้ำมันเบนซินลดลง 0.18 บาท/ลิตร ขณะที่ต้นทุนน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 0.15 บาท/ลิตร) ค่าการตลาดของน้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ และน้ำมันดีเซล เฉลี่ยอยู่ที่ 2.58 บาท/ลิตร (รวมค่าขนส่งน้ำมันทางท่อจากศรีราชา - กรุงเทพฯ 0.15 บาท/ลิตร) และค่าการกลั่นเฉลี่ยอยู่ที่ 0.62 บาท/ลิตร
ส่วนฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 11 ต.ค. 63 กองทุนน้ำมันมีสินทรัพย์รวม 59,157 ล้านบาท หนี้สินกองทุน 28,163 ล้านบาท ฐานะกองทุนน้ำมันสุทธิ 30,994 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมัน 38,838 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบ 7,844 ล้านบาท






