วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“พาณิชย์”  ชู ไทยขึ้นแท่นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เบอร์หนึ่งของโลก

สนค.วิเคราะห์จุดแข็งอาหารสัตว์เลี้ยงไทย  ยังเติบโตสดใส แนะขับเคลื่อน 4 ยุทธศาสตร์ ตั้งเป้าเป็นผู้ส่งออกเบอร์หนึ่งโลก เผยโควิด-19 ไม่กระทบส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไทย

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เปิดเผยว่า จากผลการศึกษาของ สนค. พบว่า ไทยมีโอกาสจะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงโลก โดยอาหารสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าตลาดและเติบโตดีต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2562 การส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงโลกมีมูลค่า 11,511 ล้านดอลลาร์ และในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 71.0 % ขณะที่ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 4 ของโลก โดยมีมูลค่าการส่งออก 1,385.1 ล้านดอลลาร์และมีสัดส่วน 9.2% ของการส่งออกโลก

ทั้งนี้การส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทย 8 เดือนแรก แม้ว่าทุกประเทศจะมีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่การส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงยังสามารถขยายตัวสูงถึง 17.3% มีมูลค่า 1,303.6 ล้านดอลลาร์ และขยายตัวต่อเนื่อง 12 ติดต่อกัน โดยการส่งออกไปประเทศสำคัญ เช่น สหรัฐฯ ซึ่งเป็นแหล่งส่งออกอันดับที่ 1 ของไทย มีสัดส่วน 23.9%  ญี่ปุ่นมีสัดส่วน  16.2%

จากการวิเคราะห์ พบว่าอาหารสัตว์เลี้ยงมีจุดแข็งทั้ง 2 ด้าน ทั้งด้านอุปทานและอุปสงค์ โดยไทยมีต้นทุนทางการผลิตที่ต่ำกว่าประเทศคู่แข่งที่สำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนด้านแรงงาน ซึ่งผู้ส่งออกที่มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่าไทย ล้วนเป็นประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ประเทศเยอรมันนี สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส เป็นต้น และไทยมีความเชี่ยวชาญในการผลิต เนื่องจากการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงบางส่วนขยายกิจการ/เพิ่มสายการผลิตมาจากการผลิตปลาทูน่ากระป๋อง ทำให้ผู้ผลิตสามารถต่อยอดความเชี่ยวชาญทั้งด้านการผลิตและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะแรงงานที่ไม่ต้องปรับทักษะการผลิตเพิ่มเติมมากนัก 

ขณะที่ผู้นำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยงของโลกส่วนมากเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูง หรือรายได้ต่อหัวสูง รวมทั้งมีมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์สูง ทำให้เต็มใจจ่ายในสินค้าที่ราคาและคุณภาพพรีเมียม และไทยได้ประโยชน์จากการเติบโตการนำเข้าของประเทศสำคัญ ขณะที่ ด้านภูมิศาสตร์ “ใกล้ไกลไทยไม่เสียเปรียบ” ในตลาดคู่ค้าสำคัญ  นอกจากนี้ประเทศผู้นำเข้าที่สำคัญของไทยยังคงนำเข้าอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น อย่างที่ทราบกันดีว่า สินค้าส่งออกที่สำคัญส่วนมากจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่เป็นข้อยกเว้นสำหรับการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง ทำให้การส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการส่งออกไทยในระยะนี้ด้วย

 

นางสาวพิมพ์ชนก กล่าว จากจุดแข็งดังกล่าวตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงไทยมีโอกาสเติบโตสดใส  หากไทยมีการพัฒนาและปรับปรุงข้อจำกัดบางอย่างจะทำให้ไทยสามารถเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลกได้ ซึ่งสนค.เห็นว่า ไทยต้องขับเคลื่อน 4 ยุทธศาตร์ คือ 1. “สินค้าเก่ารุกตลาดดาวรุ่ง” โดยเร่งขยายการส่งออกไปจีน และเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาดจีน ซึ่งในปัจจุบันไทยเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 2 ของจีนมีสัดส่วนประมาณ 19.0%  ขณะที่แคนาดาเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 1 มีสัดส่วนประมาณ45.0%   

2.เพิ่มสินค้าพรีเมียม เน้นวัตถุดิบภายในประเทศ โดยตั้งเป้าหมายให้ไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง พรีเมียม เพื่อจะเพิ่มมูลค่าสินค้าส่งออก และเปลี่ยนการส่งออกที่เน้นแข่งขันด้วยราคา โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าทางอาหารที่สูงขึ้น สร้างความแตกต่างจากอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเดิม โดยเร่งศึกษา/วิจัย/และพัฒนาวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติแตกต่างและดีกว่าวัตถุดิบเดิม โดยให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบภายในประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ ยังขยายการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง เช่น เสื้อผ้า ของเล่น อาหารว่าง และเตียง เป็นต้น 3.สร้างความเข้มแข็งภาคบริการจากภายใน เพื่อต่อยอดสู่การส่งออกบริการ” เน้นการสร้างความเข้มแข็ง และ4.ส่งเสริม digital content เรื่องสัตว์เลี้ยง  การเติบโตของตลาด digital content ทำให้มีความต้องการเนื้อหาของสื่อเพื่อความบันเทิงในหลายด้าน