วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เคบีทีจี’ปกธง5ปี ผู้นำ‘แบงกิ้ง'เออีซี

 “เคบีทีจี” ตั้งเป้า5ปี  ขึ้นเป็นผู้นำด้านแบงกิ้ง ในประเทศแถบอีอีซี  หวังดัน ลูกค้าโมบายแบงกิ้งพุ่ง100 ล้านคน พร้อมตั้ง Hub ขึ้นใน 3 ประเทศเสริมแกร่งธุรกิจ

นายเรืองโรจน์ พูนผล ประธาน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG)ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของธนาคารกสิกรไทย (KBANK)  เปิดเผยว่า จากวิกฤติโควิด-19 ส่งผลให้หลายองค์กรอย่างรวดเร็ว รวมถึง KBTG มีการทรานส์ฟอร์ม เพื่อผลักดันให้ KBTG เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งในอนาคต และเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอยู่บนดิจิทัลมากขึ้น

 สะท้อนจากธุรกรรมซื้อสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซที่เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า ผู้ใช้โมบายแบงกิ้ง ก็มีอายุมากขึ้นเฉลี่ย 40-50 ปี จากเดิม 25-39 ปี ทำให้ปัจจุบันมียอดผู้ใช้งานบน K Plus ของกสิกรไทย เพิ่มมาอยู่ที่ ราว 14 ล้านคน ในปัจจุบัน และสิ้นปีคาดว่าจะเพิ่มเป็น 15ล้านคน และคาดว่าจะมียอดทำธุรกรรมทำสถิติกว่า 20,000 ล้านรายการในปีนี้ เช่นเดียวกับแอพพลิเคชั่นขุนทองมีลูกค้าดาวน์โหลดแล้ว 500,000 ราย แอพ Make ดาวน์โหลดแล้ว 20,000 รายและแอพ Eatable 10,000 ราย และมีพันธมิตรใช้ Contactless Technology 20 ราย

อย่างไรก็ตาม การต่อยอดการเติบโตข้างหน้า KBTG คงไม่ได้มองเฉพาะในประเทศเท่านั้น แต่ต้องการดัน KBTG ขึ้นเป็นผู้นำทางด้านแบงกิ้งในเออีซี ภายใน5ปี ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของธนาคารกสิกรไทยที่มีเป้าหมายสู่ธนาคารแห่งภูมิภาค (Regional Bank)ในอนาคต 

ทั้งนี้KBTG ได้ตั้ง Development Hub ขึ้นใน 3 ประเทศ เพื่อเสริมศักยภาพการเติบโต คือ ไทย เวียดนาม และจีน เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีได้ทันกับโครงสร้างการให้บริการของธนาคารกสิกรไทยและพันธมิตรที่มุ่งสู่ดิจิทัล แบงกิ้งมากขึ้น ปัจจุบัน ธนาคารกสิกรไทย ประสบความสำเร็จในการให้บริการ QR KBank ใน สปป.ลาว และได้ขยายบริการจากนครหลวงเวียงจันทน์ไปที่สะหวันนะเขตเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการแล้ว 70,000 ราย คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 200,000 ราย

สำหรับในเมียนมา ได้ร่วมกับเอยาวดี ฟาร์มเมอร์ ดีเวลลอปเม้นท์แบงก์ หรือเอแบงก์ ซึ่งเป็นธนาคารที่ธนาคารกสิกรไทยร่วมลงทุน เตรียมนำแอพพลิเคชั่นเคพลัส ไปพัฒนาใช้ในเมียนมาในชื่อ A+ ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับความนิยมเช่นเดียวกับที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย จนเป็นแอพ การเงินอันดับหนึ่งในขณะนี้

ล่าสุด KBTG เปิด K-TECH ที่เมืองเชินเจิ้น ประเทศจีน ตั้งเป้าจะรับพนักงานประมาณ 300 คน และตั้งเป้าที่จะพัฒนาเทคโนโลยีการทางเงินสำหรับธนาคารกสิกรไทยในประเทศจีนและประเทศอื่น และพันธมิตร โดยธนาคารกสิกรไทยในจีน

ดังนั้น KBTG เชื่อว่า เมื่อเราสามารถขยายธุรกิจ ได้ตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะในเออีซี จะทำให้ธนาคาร มีลูกค้าบนโมบายแบงกิ้งก้าวกระโดดสู่ 100ล้านคนได้ในอนาคต

เมื่อธนาคารกสิกรไทยได้ก้าวสู่การเป็น 1 ใน 20 ธนาคารที่ดีที่สุดในเอเซียแปซิฟิก KBTG ก็อยากจะตามสู่ไปสู่จุดนั้นเช่นกัน จึงทำให้เราต้องมอง ต้องก้าวไปข้าง นำหน้าอนาคตไปก้าวหนึ่งเสมอ โดยขณะนี้ KBTG ได้ตั้ง Development Hub ขึ้นใน 3 ประเทศ คือ ไทย เวียดนาม และจีน และในต้นปีหน้าจะเปิด KASIKORN X(KX)เพื่อคิด"นิวเอสเคิร์ฟ"และปีหน้าเราตั้งเป้าที่จะเพิ่มสปีดในการทำงานมากขึ้นโดนใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย”


ทั้งนี้ เพื่อให้ไปสู่แผนที่ KBTG ตั้งไว้ ในการเป็นผู้นำด้านแบงกิ้งของเออีซีได้ สิ่งที่ต้องเสริม คือ คนคิดนวัตกรรม และทีมเพิ่มขึ้น ดังนั้น มีนโยบายจะเพิ่มทีมงานจากปัจจุบันที่ 1,500 คน เป็น 1,900 คนภายในปี 2025เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้KBTGในอนาคต