วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“สุพัฒนพงษ์”ชี้ปมเชฟรอนฯ ไม่กระทบมั่นคงพลังงาน

“พลังงาน” เร่งเจรจา เชฟรอนฯ หลังยื่นอนุญาโตตุลาการอีกรอบ ขอความชัดเจนวางเงินค้ำประกันรื้อถอนแท่นผลิตแหล่งเอราวัณ มั่นใจ ผลิตก๊าซปี65 ไม่สะดุด

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ได้ตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการอีกครั้ง เพื่อให้ได้รับความชัดเจนเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่จะส่งมอบให้กับรัฐบาลไทยภายหลังสัญญาสัมปทานแหล่งเอราวัณสิ้นสุดลงในเดือน เม.ย.2565 ว่า ขณะนี้ ขั้นตอนเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดๆ ขึ้น ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ขณะเดียวกัน ไทยได้มีการเตรียมพร้อมลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ของกลุ่ม ปตท.โดยมีคลังรับ-จ่าย (LNG Receiving Terminal) แห่งที่ 1 มาบตาพุด ขนาด 11.5 ล้านตันต่อปี พร้อมใช้งานแล้ว และคลังรับ-จ่าย (LNG Receiving Terminal) แห่งที่ 2 บ้านหนองแฟบ จ.ระยอง ขนาด 7.5 ล้านตันต่อปี จะก่อสร้างเสร็จในปี 2565 ซึ่งจะรองรับนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) ได้ถึง 19 ล้านตันต่อปี หรือ 2,600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ภายในปี 2565 ซึ่งเป็นห้วงรอยต่อเปลี่ยนการบริหารจัดการแหล่งเอราวัณที่จะหมดอายุลง

160190438821

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) หรือ PTT เชื่อว่า ทั้ง 3 ฝ่าย คือ ภาครัฐ เชฟรอนฯ และปตท.สผ.กำลังเจรจาร่วมกันเพื่อทางออกที่ดีที่สุด

ด้านนายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) หรือ PTTEP กล่าวว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงเข้าพื้นที่ (Site Access Agreement) ระยะที่ 2 ได้ในเร็วๆนี้ ขณะเดียวกันเตรียมเข้าพื้นที่แหล่งเอราวัณ เพื่อรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(EIA) เตรียมติดตั้งแท่นผลิต เฟสแรก จำนวน 8 แท่น มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ ในช่วงกลางปี 2564

แหล่งข่าววงการพลังงาน ระบุว่า เชฟรอนฯ ส่งมอบแท่นเพื่อให้ ปตท.สผ.เข้ามาใช้ในการผลิตต่อจำนวน 142 แท่น ส่วนอีก 49 แท่นทางเชฟรอนฯรับภาระรื้อถอนเองทั้งหมด โดย 7 แท่นในจำนวนนี้ได้รื้อถอนไปทำปะการังเทียมแล้ว

ส่วนกรณีที่เชฟรอนฯ ยื่นเรื่องเข้ากระบวนการอนุญาโตตุลาการ เป็นประเด็นใน 142 แท่น ที่เชฟรอนฯ มองว่า แม้ใช้ประโยชน์มานาน 40 ปี แต่ปตท.สผ.เข้ามาใช้ประโยชน์ต่ออีก 10-20 ปี ดังนั้น สัดส่วนการจ่ายเงินค้ำประกัน ก็ควรจะน้อยลง แต่รัฐกลับให้จ่ายก่อนและจ่ายเต็ม โดยคิดเป็นเงินที่ต้องจ่ายสูงถึง 1,500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.8 หมื่นล้านบาท