background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

Digital Lending สินเชื่อดิจิทัลและข้อมูลทางเลือก

Digital Lending สินเชื่อดิจิทัลและข้อมูลทางเลือก

ทำความรู้จัก "Digital lending" หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล ที่เพิ่งประกาศโดยแบงก์ชาติไปเมื่อเร็วๆ นี้ คืออะไร? และมีการนำ "เทคโนโลยี" และ "ข้อมูลทางเลือก" มาใช้อย่างไรบ้าง? มีข้อดีและข้อจำกัดอย่างไร?

ในโลกที่เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน และข้อมูลแบบ Big data มีส่วนช่วยให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์แนวทางการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การให้สินเชื่อก็เช่นกัน โจทย์สำคัญของธุรกิจก่อนการตัดสินใจให้เงินกู้ คือ การรู้จักผู้กู้ให้ได้มากที่สุด เพื่อลดปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ดังนั้น การปรับใช้ “เทคโนโลยี” และ “ข้อมูลทางเลือก” (Alternative data) จึงสะท้อนอยู่ในหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล (เกณฑ์ Digital lending) ที่เพิ่งประกาศโดย ธปท. เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา 

  • “สินเชื่อ” และ “เทคโนโลยี”

สินเชื่อดิจิทัล หรือ Digital Lending หมายถึง กระบวนการให้กู้ยืมเงิน (รับสมัคร/ปล่อยสินเชื่อ) ที่มีการบริหารจัดการหรือดำเนินงานผ่านช่องทางดิจิทัล ในทางปฏิบัติ ผู้ให้กู้จะนำเทคโนโลยีในรูปแบบต่าง ๆ มาปรับใช้ในกระบวนการให้บริการสินเชื่อ

ดังนั้น ภายใต้เกณฑ์ Digital Lending ของ ธปท.จึงยอมรับหลักการการปรับใช้เทคโนโลยี ในการให้บริการสินเชื่อ โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องใช้เทคโนโลยีในการดำเนินการ และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ดังนี้

1) ต้องจัดทำและใช้ช่องทางการเบิกจ่าย/รับชำระคืนสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก อาทิ การตัดบัญชีอัตโนมัติ การโอนเงินโดยใช้ e-Money ทั้งนี้ เพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อการเก็บข้อมูลบนโลกดิจิทัลของผู้ใช้บริการทางการเงิน อันจะเป็นประโยชน์ในการต่อยอดการให้บริการอื่น ๆ ในอนาคต

2) ต้องจัดทำและเปิดเผยข้อมูลผ่านช่องทางดิจิทัลที่ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้สะดวกรวดเร็ว เช่น ข้อมูลอัตราดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องจัดให้มีตารางแสดงภาระหนี้ด้วย

3) ส่งเสริมให้ใช้เทคโนโลยีในขั้นตอนการสมัครใช้บริการสินเชื่อ (ช่องทางออนไลน์/mobile application) และกระบวนการตรวจสอบตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) 

4) ส่งเสริมให้มีการเตรียมการสำหรับการโอนข้อมูลผู้บริโภค เนื่องจากเป็น “สิทธิในการโอนย้ายข้อมูล” (Right to data portability) ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่กำหนดให้เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการได้รับข้อมูลของตนที่เคยให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูล (ผู้ประกอบธุรกิจอีกราย) ดังนั้น ผู้บริโภคจึงมีสิทธิ์ในการร้องข้อให้โอนข้อมูลของตนไปยังผู้ประกอบการอีกรายได้ตามกฎหมาย

  • “สินเชื่อ” และ “ข้อมูลทางเลือก”

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจภายใต้เกณฑ์ Digital lending คือ การอนุญาตให้ใช้ข้อมูลทางเลือก หรือ Alternative data ในการประกอบธุรกิจ

เดิมที ข้อมูลที่ใช้ในการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ มักเป็นข้อมูลในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับฐานะทางการเงิน ข้อมูลที่บ่งชี้ด้านรายได้ หรือข้อมูลที่แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการสินเชื่อของผู้รับบริการ เช่น รายการเดินบัญชี สถานะทางบัญชี สลิปเงินเดือน ยอดขาย/คำสั่งซื้อ ประวัติการชำราคาสินค้า/บริการผ่านบัตรเครดิต ซึ่งข้อด้อยของการเก็บข้อมูลเครดิตที่จำกัด คือ ผู้ให้สินเชื่อจะพิจารณาให้สินเชื่อเพียงเพราะทราบข้อมูลในด้านรายได้และประวัติการชำระหนี้เพียงด้านเดียว โดยไม่ทราบถึงข้อมูลในเชิงพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การวิเคราะห์และเชื่อมโยงไปถึง “ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้” ได้

ดังนั้น เพื่อปิดข้อด้อยดังกล่าว หลักการในเรื่อง “Alternative data” จึงเสนอให้ใช้ข้อมูลอื่นที่หลากหลายในการวิเคราะห์การให้สินเชื่อโดยไม่จำกัดอยู่เฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประวัติการให้สินเชื่อและการพิสูจน์รายได้ เช่น ข้อมูลที่เก็บจากกิจกรรมออนไลน์ เก็บจากการใช้ Social media และ เก็บจากแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับการชำระค่าสาธารณูปโภค ค่าภาษีอากร และค่าบริการต่างๆ ว่าถูกต้องตรงตามกำหนดเวลาหรือไม่

ซึ่งข้อมูลที่กล่าวมานี้ แตกต่างจากข้อมูลเครดิตในแบบเดิม โดยมีข้อดีตรงที่จะช่วยให้ผู้ให้สินเชื่อสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ขอสินเชื่อเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล หรืออาจกล่าวได้ว่า Alternative data คือ เครื่องมือในการช่วยตัดสินใจให้กับผู้ให้สินเชื่อนั้นเอง

  • ตัวอย่างการใช้ Alternative data ในจีน

ธนาคาร Webank ในจีน เป็นบริษัทในเครือ Tencent และได้รับการสนับสนุนข้อมูลจาก WeChat และ QQ ซึ่งเป็น application ที่มีข้อมูลผู้บริโภคอยู่จำนวนมาก ดังนั้น เมื่อ WeBank ได้เปิดธุรกิจให้บริการสินเชื่อออนไลน์ จึงสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าวด้วยการพัฒนาระบบ AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงของผู้ขอสินเชื่อได้ในเวลาอันรวดเร็วและแม่นยำ เนื่องจาก WeChat/QQ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลในเชิงพฤติกรรมของผู้บริโภคไว้จำนวนมาก เช่น ข้อมูลการชำระค่าบริการ ข้อมูลการซื้อตั๋วเดินทาง และข้อมูลการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งการเก็บข้อมูลที่หลากหลายจากกิจกรรมของผู้บริโภคบน platform ต่าง ๆ ในเครือ Tencent ส่งผลให้ในเวลาต่อมา Tencent สามารถขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจการให้บริการจัดอันดับข้อมูลเครดิตซึ่งอ้างอิงจากข้อมูลประวัติและพฤติกรรมผู้บริโภคบนช่องทางออนไลน์ (Credit Rating Service) ได้สำเร็จ

อย่างไรก็ดี นอกจาก Tencent Alibaba ก็ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ Credit Rating Service เช่นกัน โดยประกอบธุรกิจผ่านบริษัท Sesame Credit ที่ทำหน้าที่พิจารณาประวัติเครดิตผู้บริโภค โดยการเฝ้าสังเกตจากพฤติกรรมและกิจกรรมที่ทำบนช่องทางออนไลน์ต่างๆ

  • อนาคตของ Digital Lending

สำหรับผู้เขียน ข้อดีที่ชัดเจนของ Digital Lending คือ การส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) ให้กับประชาชนบางกลุ่มที่ยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้เนื่องจากมีข้อจำกัดในการวิเคราะห์ข้อมูลเครดิตในแบบเดิมที่ยึดติดกับการพิสูจน์รายได้ และยังช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบสำหรับกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน

นอกจากนี้ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ไม่เกิน 25% ต่อปี (วงเงิน 20,000 ชำระคืนภายใน 6 เดือน) ซึ่งต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลทั่วไปที่กำหนดไว้ 28% ต่อปี ก็น่าจะช่วยลดต้นทุนของผู้กู้ และส่งเสริมการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มช่องทางการให้บริการให้กับผู้ประกอบธุรกิจได้

อย่างไรก็ดี ท้ายที่สุด สิ่งที่ต้องคิดต่อไป คือ เมื่อเปิดช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินกู้แบบดิจิทัล ก็เป็นไปได้ว่าจะมีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ หรืออาจมีข้อจำกัดในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรับบริการ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ จะเป็นโจทย์หลักของภาครัฐในการจัดทำนโยบายเพื่อบริหารจัดการและลดช่องว่างของการเหลื่อมล้ำในยุค Internet-based economy ต่อไป

[บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน]