“พริมา มารีน” เตรียมทุ่มงบ 2,200 ล้าน ขยายกองเรือใหม่เพิ่มอีก 3 ลำ หลังประเมินช่วงครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่อง เหตุธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปภายในประเทศเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว-เรือกักเก็บปิโตรเลียมทางทะเล ความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นายบุญรักษ์ ลี้ประกอบบุญ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM เปิดเผยว่า แผนงานในช่วงครึ่งหลัง 2563 บริษัทมีแผนจะใช้เงินลงทุนประมาณ 2,200 ล้านบาท ในการขยายกองเรือเพิ่มอีกจำนวน 3 ลำ ซึ่งแบ่งเป็นการรับมอบเรือบรรทุกขนาด ขนาด 3,000 เดทเวทตัน (DWT) มูลค่า 200 ล้านบาท เพื่อรองรับลูกค้าผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ และกำลังมองหาการซื้อเรือประเภทจัดเก็บน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป (FSU) อีกจำนวน 2 ลำ มูลค่า 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้บริษัทคาดกำไรครึ่งปีหลัง 2563 จะยังเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 786 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินธุรกิจทั้ง 4 กลุ่มที่สามารถทยอยฟื้นตัวและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับบริษัทจะมีการเพิ่มกองเรือและเพิ่มอัตราการใช้บริการ (Utilization Rate) ของเรือให้เต็มประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงประหยัดต้นทุนเพื่อให้มีกำไรต่อเนื่อง โดยในส่วนของธุรกิจเรือขนส่งฯ คาดว่าช่วงครึ่งปีหลังนี้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามปริมาณการใช้น้ำมันในช่วงวันหยุดยาวที่จะเติบโตประมาณ 3-7% ทุกปี ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีอัตราการใช้บริการอยู่กว่า 90% แล้ว
นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี PRM กล่าวว่า ผลประกอบการในปีนี้ บริษัทมั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเป้ารายได้จะเติบโต 15% จากปีก่อน เนื่องจากธุรกิจเรือ FSU ที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งทุกอย่างยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานในครึ่งปีหลังของปีนี้คาดว่าจะสามารถทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง โดยครึ่งปีแรกมีรายได้ 3,000 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 786 ล้านบาท
ขณะที่กลุ่มธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปภายในประเทศนั้น บริษัทประเมินว่าจะมีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีขึ้น สอดคล้องกับมาตรการของภาครัฐในการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ และมีการหารือถึงมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศอีกครั้งหนึ่ง ส่งผลดีต่อความต้องการใช้บริการเรือในกลุ่มดังกล่าว โดยบริษัทมีแผนรับเรือใหม่ขนาด 3,000 DWT เข้ามาเพิ่มเติมและลดอายุเรือที่มีอายุมากกว่า 30 ปี








