“พลังงาน” เตรียมชง 2 ทางเลือกให้ “สุพัฒนพงษ์” เคาะเปิดรับซื้อไฟแทนโรงไฟฟ้าชุมชน เล็งใช้โควตาแผนพีดีพี 2018 ซื้อไฟเชื้อเพลิงชีวมวล-ชีวภาพ ผู้ผลิตไฟรายย่อย ยืนยันเป็นนโยบายฟื้นเศรษฐกิจฐานราก
การผลักดันโครงการ โรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก เป็นความพยายามของกระทรวงพลังงานตั้งแต่ปี 2562 และเมื่อมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายเมื่อ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์เชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งการให้ปรับปรุงรายละเอียดภายใน 30 วัน
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า หลังจากที่นายสุพัฒนพงษ์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ไปปรับปรุงรายละเอียดและหลักเกณฑ์เงื่อนไขโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
โดยจะเป็นการสานต่อโครงการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนก่อน และจะดำเนินการภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2561-2580 หรือ PDP 2108 นั้น เบื้องต้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณารายละเอียดแล้ว
การพิจารณาได้ข้อสรุปว่า การจะออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนฯ ที่มีเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้า รวม 1,933 เมกะวัตต์ ในปี2567 ตามที่บรรจุไว้ในแผนร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP 2018 Rev.1) ไม่สามารถทำได้ภายใต้แผน PDP 2018 (ฉบับปัจจุบัน) เพราะแผน PDP 2018 ฉบับนี้ ที่จัดทำขึ้นในช่วงนายศิริ จิระพงษ์พันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยังไม่ได้บรรจุเรื่องโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากไว้ในแผน
ฉะนั้น หากจะดำเนินโครงการฯภายใต้แผน PDP 2018 ไปก่อน จนกว่าจะมีการจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ โดยที่จะใช้เป็นบทแทรกแนบในแผน PDP ตามที่นายสุพัฒนพงษ์ ระบุไว้นั้น ในทางปฏิบัติไม่สามาถดำเนินการได้ และอาจขัดต่อหลักการข้อกฎหมายการรับซื้อไฟฟ้า
อีกทั้ง การจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่นั้น จะเริ่มดำเนินการปรับพยากร์ความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ในช่วงปลายปี 2563 เพราะต้องรอให้เห็นผลกระทบต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการใช้ไฟฟ้าในประเทศที่ชัดเจนก่อน ฉะนั้น แผนPDP ที่ปรับใหม่ จะเป็นแผน PDP 2021 หรือ PDP 2022 ซึ่งไม่ใช่แผน PDP 2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP 2018 Rev.1) แน่นอน ก็เท่ากับโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อฐานรากต้องถูกยกเลิกไป
เตรียมเสนอ 2 แนวทาง
แหล่งข่าว กล่าวว่า เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและชุมชนที่สนใจเข้าร่วมลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนฯ ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบ จึงเตรียมนำเสนอให้นายสุพัฒนพงษ์ พิจารณาในเร็วๆนี้ ดำเนินการภายใต้ 2 แนวทาง ภายใต้ PDP 2018 คือ
1.การออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าภายใต้โครงการโรงไฟฟ้าประเภทชีวมวล หรือชีวภาพ ที่ผู้ลงทุนมีการแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับชุมชนในพื้นที่ ตามหลักเกณฑ์ใหม่ที่กำหนด โดยจะได้รับอัตราค่าไฟฟ้าในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ที่สูงกว่าปกติ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน
2.การออกประกาศรับซื้อไฟฟ้า ภายใต้โครงการโรงไฟฟ้าประเภทชีวมวล หรือชีวภาพที่ไม่ได้จัดสรรผลประโยชน์ให้กับชุมชน โดยจะต้องมีการประมูลแข่งขันกัน เพื่อขายไฟฟ้าเข้าระบบตามต้นทุนที่ต่ำที่สุด
“โรงไฟฟ้าชุมชน 1,933 เมกะวัตต์ ตามเงื่อนไขเดิม คงจบไปพร้อม PDP 2018 Rev.1 ส่วนที่จะเกิดขึ้นตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็คงเป็นการแปลงรูปแบบรับซื้อไฟฟ้าชีวมวลและชีวภาพแทน เพื่อไม่ให้กระทบต่อความรู้สึกของผู้ที่สนใจโครงการนี้ แต่จะเปิดรับซื้อไฟได้กี่เมกะวัตต์ ก็ต้องไปดูโควตาใน PDP ฉบับปัจจุบัน”แหล่งข่าว กล่าว
ผลักดันเฉพาะโครงการนำร่อง
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากจะเกิดขึ้นได้เฉพาะโครงการนำร่อง 4 พื้นที่ ภายใต้การดำเนินการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่อำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งใช้ซังข้าวโพด เป็นเชื้อเพลิง และ ที่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ใช้หญ้าเนเปียร์ เป็นเชื้อเพลิง และอีก 2 พื้นที่ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เท่านั้น
ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากเป็นนโยบายที่เกิดขึ้นสมัยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แต่ยังไม่สามารถดำเนินการออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าได้ เนื่องจากร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP 2018 Rev.1)
แม้ว่าจะผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2563 แล้ว แต่ยังไม่ผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จนกระทั่ง นายสนธิรัตน์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งส่งผลให้โครงการหยุดชะงักลงและมีการทบทวนโครงการใหม่
นายนที สิทธิประศาสน์ ประธานชมรมผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก SPP (ชีวมวล) กล่าวว่า ภาคเอกชนขอรอฟังความชัดเจนจากกระทรวงพลังงานก่อน ซึ่งเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขอเวลา 30 วัน ในการปรับปรุงรายละเอียดโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนให้มากที่สุด
“ตอนนี้ ก็ยังมีความหวังว่าโครงการจะเกิดขึ้น รัฐมนตรีเข้าใจโรงไฟฟ้าชุมชนหัวใจหลักเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และพูดถึงการแทรกใน PDP 2018 ฉบับปัจจุบัน ก็ชัดเจนว่าจะเดินหน้าต่อไปได้ ก็เชื่อว่าหลักการหลักจะคงอยู่ แต่ก็อาจมีการปรับบ้างก็ต้องรอดูรายละเอียดที่จะออกมาก”
ก่อนหน้านี้ ทางกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เตรียมนัดหมายเข้าพบนายสุพัฒนพงษ์ เพื่อนำเสนอสมุดปกขาวพลังงานหมุนเวียน (White Paper RE) ภาคประชาชน ที่จะนำไปสู่การผลักดันพลังงานหมุนเวียนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับท้องถิ่น และพิจารณาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในปริมาณที่ไม่มากเกินไป โดยใช้ผลผลิตในประเทศให้มากที่สุด
รวมทั้งส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าชีวมวลและก๊าซชีวภาพ ที่มาจากผลผลิตของเกษตรกร หรือผสมผสานกับโซลาร์เซลล์ในปริมาณที่เหมาะสม และต้องส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันเสรี และควรเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าชุมนฯ โดยเฉพาะประเภทเร่งด่วน หรือ Quick win 100 เมกะวัตต์แรก ที่จะเป็นต้นแบบต่อยอดไปสู่การทำเกษตรพันธสัญญา (คอนแทรคฟาร์มมิ่ง) ที่จะเพิ่มการจ้างงานและกระจายรายได้อย่างมั่นคง









