ราคาทองมีโอกาสกลับมายืนเหนือ 30,000 บาทต่อบาททองคำ อีกครั้งและมีโอกาสขึ้นไปทำ “นิวไฮ” รอบใหม่ หลังเงินบาทเริ่มอ่อนค่าจากปัจจัยการเมือง ด้าน กูรูทองคำ แนะจับตาการจ้างงานและการเลือกตั้งในสหรัฐ
ราคาทองในประเทศปิดตลาดวานนี้ ปรับขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณขายออกบาทละ 29,650บาท รับซื้อบาทละ 28,531.12 บาท ทองแท่งขายออกบาทละ 29,150 บาท รับซื้อบาทละ 29,050บาท โดยมีการประกาศราคาทั้งหมด 6 รอบ ช่วงเปิดตลาดเป็นปรับขึ้นสูงสุด 250 บาท และระหว่างวันมีการปรับขึ้นอีก3 ครั้ง ครั้งละ50 บาท และปรับลง 2 ครั้ง ครั้งละ 50 บาท
“ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ” ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท MTS GOLD GROUP หรือ MTS (แม่ทองสุก) เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาทองระยะสั้น 1-2 เดือนข้างหน้านี้ยังมีโอกาสปรับขึ้นได้ต่อ โดยคาดการณ์แนวรับที่1,975ดอลลาร์ แนวต้านที่2,000ดอลลาร์ และกรอบใหญ่แนวรับที่1,920ดอลลาร์ แนวต้านที่ 2,030 ดอลลาร์
ส่วนราคาทองคำในประเทศ คาดการณ์แนวรับที่ 28,500 บาท แนวต้านที่30,000 บาท นอกจากนี้ยังมีโอกาสปรับขึ้นไปเหนือจุดสูงสุดรอบใหม่ได้อีกด้วย
ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ต้องจับตา คือ ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐในวันศุกร์นี้ หากออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดไว้ ก็จะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองขึ้นต่อได้
ขณะที่ปัจจัยในประเทศต้องติดตามทิศทางค่าเงินบาท มองว่า แนวโน้มเงินบาทไม่น่าจะแข็งค่ามาก เป็นปัจจัยบวกต่อราคาทอง เพราะนอกจากความยากลำบากภายใต้สถานการณ์โควิด-19 และการเมืองในประเทศแล้ว อย่าง การเป็นรัฐบาลผสมที่ขาดหัวเรือดูแลเศรษฐกิจ ไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจนัก
ขณะที่การใช้นโยบายการคลังของไทยยังมีประสิทธิภาพที่ดีและมีวินัยมากกว่าประเทศอื่นๆที่มากระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียดีขึ้น โดยเฉพาะจีน น่าจะเป็นปัจจัยบวกเงินลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาได้ ทำให้เงินบาทก็ยังมีโอกาสแข็งค่าได้อยู่ ทองมีโอกาสลงได้ ก็ต้องติดตามเช่นกัน
ดังนั้นจากปัจจัยทั้งในและนอกประเทศที่ยังไม่ชัดเจน ต้องรอประเมินสถานการณ์รายเดือนอย่างใกล้ชิด โดยยังแนะนำ ซื้อเป็นหลัก ในช่วงจังหวะที่ราคาทองปรับตัวลงมาในแต่ละรอบ แม้ว่าราคาทองคงไม่ลงไปถึงแนวรับต่ำสุดรอบก่อนแล้วก็ตาม ให้นักลงทุนทยอยเข้าซื้อเก็บเป็นการลงทุนในระยะยาว
“จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี” นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาทองระยะสั้นอาจปรับขึ้นไปได้ลำบากเพราะดูเหมือนว่าหลังจากนี้ ไม่น่าจะมีข่าวร้ายเหมือนอย่างกรณีคลังสินค้าระเบิดที่เลบานอนหนุนให้ราคาทองพุ่งไปเหนือระดับ 30,000 บาท
อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูการประกาศตัวเลขจ้างงานสหรัฐในวันศุกร์ก่อนว่าแย่กว่าที่ตลาดคาดไว้หรือไม่ หากแย่กว่าคาดน่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองในระยะข้างหน้า และถึงแม้กองทุนโลกเริ่มขายทองคำออกแต่ก็ยังเหลือรอขายอีกมาก คงจะมีจังหวะดึงให้ราคาทองกลับขึ้นมาเพื่อขายต่อเช่นกัน
ดังนั้น ราคาทองระยะสั้นช่วงนี้ มองว่า น่าจะอยู่ที่ระดับ 29,000 กว่าบาท แนะนำว่านักลงทุนยังไม่ต้องรีบร้อนขอให้รอดูปัจจัยต่างๆให้ชัดเจนก่อน
ส่วนทางด้านเงินบาทวานนี้ (1ก.ย.) แกว่งตัวในกรอบกว้าง 30.95-31.12 บาทต่อดอลลาร์ แตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือน ก่อนจะพลิกอ่อนค่ามาปิดตลาดในประเทศที่ 31.06 บาทต่อดอลลาร์
“กาญจนา โชคไพศาลศิลป์” ผู้บริหารงานวิจัยกลุ่มงานวิจัยบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เงินบาทแข็งค่าทะลุแนว 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงเช้า ไปที่ 30.95 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบประมาณ 2 เดือน สอดคล้องกับทิศทางการแข็งค่าของสกุลเงินในภูมิภาค และเงินหยวน ขณะที่เงินดอลลาร์ยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องจากแนวโน้มดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี ช่วงบ่ายก่อนปิดตลาด เงินบาทพลิกอ่อนค่ากลับไปปิดตลาดที่ 31.06 บาทต่อดอลลาร์ จากตลาดรอติดตามสถานการณ์ต่างๆ และปัจจัยทางการเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้(2ก.ย.) คาดไว้ที่ 30.90-31.30 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนเดือนส.ค. ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนก.ค. และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด (Beige Book)






