โบรกชี้หุ้นกลุ่มโรงกลั่นดีดรับอานิสงส์ พายุเฮอร์ริเคนเข้าสหรัฐ นักวิเคราะห์แนะเก็งกำไรระยะสั้น ชู ‘สตาร์ ปิโตรเลียม- เอสโซ่’ เด่นสุด
จากประเด็นเฮอร์ริเคน 2 ลูก ถูกคาดหมายว่าจะถาโถมเข้าสู่ชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐ โดยพายุโซนร้อน “มาร์โก” ได้ทวีความรุนแรงเป็นเฮอร์ริเคน ด้วยความเร็วลม 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดหมายว่าจะซัดถล่มรัฐลุยเซียนาในวานนี้ (25 ส.ค.) ส่วนพายุโซนร้อน “ลอรา” คาดหมายว่าจะทวีความรุนแรงเป็นเฮอร์ริเคนในวันนี้และน่าจะซัดถล่มพื้นที่ชายฝั่งของสหรัฐบริเวณเดียวกันและฝั่งรัฐเท็สซัสใน 1-2 วันนี้
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ระบุ บริษัทแนะนำซื้อเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นกลุ่มโรงกลั่น อย่าง บมจ.ไทยออยล์ (TOP), บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC), บมจ.เอสโซ่ (ประเทศไทย) (ESSO), บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) และ บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) เนื่องจาก พายุเฮอร์ริเคนดังกล่าวส่งผลให้บริษัทน้ำมันอพยพพนักงานออกจากแท่นขุดเจาะ 114 แท่น จากทั้งหมด 643 แท่น และปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันโดยรวมลง 57.6% หรือ 1.07 ล้านบาร์เรลต่อวัน และลดกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติลง 44.6%
สำหรับปกติแล้วการที่มีพายุเฮอร์ริเคนเข้าถล่มในอ่าวเม็กซิโก จะช่วยหนุนค่าการกลั่นให้พุ่งขึ้นในระยะสั้น โดยเห็นได้จากที่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปเมื่อคืนวานพุ่งขึ้นแรงกว่าราคาน้ำมันดิบ
นายจักรพงศ์ เชวงศรี ผู้อำนวยการอาวุโส บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า จากประเด็นดังกล่าว ขึ้นกับว่าทิศทางของพายุเฮอร์ริเคนจะตัดผ่านเมืองฮิวสตัน ในรัฐเท็กซัส โดยตรงเพียงใด หากทิศทางของพายุในรอบนี้เป็นเหมือนกับเมื่อปลายปี 2560 ซึ่งตัดผ่านโดยตรง จะทำให้ค่าการกลั่นพุ่งขึ้นสูง (ปี 2560 ค่าการกลั่นพุ่งไปถึงระดับ 9-10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) โดยปกติแล้วช่วงเวลาของพายุเฮอร์ริเคนจะมีความเสี่ยงไปถึงราวเดือน พ.ย. แต่หากสถานการณ์เกิดขึ้นแล้ว มักจะใช้เวลาราว 3 วัน ความกังวลก็มักจะลดลงไป
สำหรับผลกระทบเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่นในประเทศไทย จะเป็นลักษณะของการเก็งกำไรระยะสั้นจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างเมื่อปี 2560 ที่เกิดผลกระทบขึ้น ทำให้นักลงทุนบางส่วนทำอาบิทราจ (Arbitrage) โดยนำเข้าผลิตภัณฑ์จากทางฝั่งทวีปเอเชียไปยังสหรัฐ แต่สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ถึงระดับนั้น
ทั้งนี้หุ้นกลุ่มโรงกลั่นของไทยที่น่าจะได้รับผลบวกมากที่สุด ได้แก่ SPRC ซึ่งเป็นธุรกิจโรงกลั่นแบบ Pure refinery ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ในส่วนของแก๊สโซลีนมาก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการบริโภคสูงในสหรัฐ เช่นเดียวกับ ESSO จึงแนะนำเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นสองบริษัทนี้
อย่างไรก็ตาม หากตัดประเด็นในเรื่องของพายุเฮอร์ริเคนออกไป หุ้นกลุ่มโรงกลั่นยังได้รับแรงกดดันจากค่าการกลั่นที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า เนื่องจากอุปทานส่วนเกินที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน









