วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘วินด์เอนเนอร์ยี่’ จ่อยื่นไฟลิ่งปีนี้ ลุ้น ‘ส.ป.ก.’ปลดล็อกเช่าใช้ที่ดิน

"ณพ ณรงค์เดช' ย้ำ คงเดินหน้าดัน “วินด์ เอนเนอร์ยี่” เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แจง ขณะนี้รอเพียงความชัดเจนค่าเช่าใช้ที่ดินตั้งโรงไฟฟ้าบนพื้นที่ ส.ป.ก. คาดได้ข้อสรุปภายใน1-2 เดือนนี้  เล็งยื่นไฟลิ่งปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า   ลั่น จำเป็นนั่งบอร์ด

ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ปัจจุบัน ของ บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด ขึ้นมาอีกครั้ง  ปมที่จุดชนวนขึ้นมา เกิดจากความล่าช้าในการนำ บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ฯเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)  ซึ่งเดิมทีมีแผนที่จะยื่นไฟลิ่งตั้งแต่ต้นปี2561

นายณพ ณรงค์เดช ในฐานะผู้ถือหุ้น รองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ส่วนตัวมีแผนนำบริษัทวินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาถือหุ้น แต่ที่ยังไม่สามารถเริ่มกระบวนการเข้าจดทะเบียนได้ เพราะติดปัญหา 2 เรื่อง คือ  เงื่อนไขกับเจ้าหนี้สถาบันการเงินที่ปล่อยเงินกู้โครงการ ที่จะต้องให้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมวะตะแบก จ่ายไฟ(COD)ครบ 2 ปีก่อนถึงจะเสนอขายไอพีโอได้ ซึ่ง โรงไฟฟ้าพลังงานลมวะตะแบกเพิ่งCODครบกำหนดดังกล่าวเมื่อปลายปี 2562 และขณะนี้เหลือปัญหาการใช้ที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)ในพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานลมของบริษัท  ซึ่งปัจจุบันที่ยังคงดำเนินธุรกิจได้เพราะ มีมาตรา 44 คุ้มครองอยู่ ซึ่งส่วนตัวอยากให้มีความชัดเจนเรื่องนี้ก่อน เพื่อเมื่อเข้าไปจดทะเบียนแล้วจะได้สร้างความมั่นแก่นักลงทุน

สำหรับขณะนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ระหว่างการประชุมหารือเรื่องการประเมินค่าเช่าใช้ที่ดินดังกล่าว โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุป ภายใน1-2 เดือน นี้ ซึ่งหากมีความชัดเจนดังกล่าวบริษัทก็สามารถเดินหน้าเข้าจดทะเบียนได้ทันที โดยคาดว่าจะสามารถยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง)ได้ภายในปลายปีนี้ หรือต้นปี2564 เพราะบริษัทมีคุณสมบัติต่างๆผ่านเกณฑ์ในการเข้าจดทะเบียนแล้ว  ส่วนประเด็นฟ้องร้องเรื่องส่วนตัวของตนนั้นไม่ได้มีผลกระทบต่อการเข้าจดทะเบียน

“ตั้งแต่วันแรกที่กลุ่มของตนเข้ามาถือหุ้นวินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ มีความตั้งใจที่จะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น แต่ที่ล่าช้า  เพราะมีเงื่อนไขกับเจ้าหนี้สถาบันการเงิน ที่จะต้องรอให้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมวะตะแบก ต้องCODครบ 2 ปีก่อน ซึ่งปัญหาข้อแรกจบไป แต่ขณะนี้ยังติดปัญหาเรื่องเดียวคือเรื่องที่ดินที่ตั้งโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นที่ดินส.ป.ก เท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนใน1-2 เดือนนี้ หลังจากนั้นก็จะสามารถเข้าสู่กระบวนการเข้าจดทะเบียนได้ ”

อย่างไรก็ตามจากที่สถาบันการเงินมีการให้เงินกู้โครงการ (Project Finance)โรงไฟฟ้า 5 แห่ง (T1-T5) มูลค่ารวม 36,000 ล้านบาทนั้น ยังมีเงื่อนไขว่า หากคณะกรรมการของบริษัท 5 ราย พ้นจากตำแหน่ง บริษัทจะต้องมีการชำระคืนเงินกู้โครงการดังกล่าวคืนภายใน 30 วัน และหากตนเองหากพ้นจากตำแหน่งในบอร์ดบริษัท  บริษัทจะต้องคืนเงินกู้ 36,000 ล้านบาททันที โดยในส่วนหนี้ Project Finance คาดว่าจะใช้เวลาอีก 7 ปี ถึงจะชำระหมด ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิม

นายณพ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัท มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 8 โครงการ รวม 717 เมกะวัตต์ ซึ่งจ่ายไฟฟ้า(COD)ครบแล้ว และบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าเพิ่มทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตมากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมามีรายได้ 1.2 หมื่นล้านบาท มีกำไรสุทธิ 5,800 ล้านบาท และจากที่ผลดำเนินงานของบริษัทที่ดี และเหลือหนี้เงินกู้เพียงอีก 250 ล้านบาท  ซึ่งคาดจะคืนหนี้หมดภายในปีนี้ ทำให้บริษัทสามารถที่จะจ่ายเงินปันผลให้กับทางผู้ถือหุ้นได้ในปีนี้