ผลประกอบการ 2Q63: อัตรากำไรขั้นต้นต่ำเป็นประวัติการณ์
Event
กำไรสุทธิของ STEC ใน 2Q63 อยู่ที่ 181 ล้านบาท (-32.5% YoY, -13.6% QoQ) ต่ำกว่าประมาณของเรา 34.7% และต่ำกว่า consensus 35.4% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นต่ำเกินคาด และค่าใช้จ่าย SG&A สูงกว่าที่คาดไว้ ทั้งนี้ กำไรสุทธิใน 1H63 อยู่ที่ 390 ล้านบาท (-36.1% YoY) คิดเป็น 37.9% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา
lmpact
กำไรจากธุรกิจหลักลดลงทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นทำสถิติต่ำสุดใหม่
ผลประกอบการที่แย่เกินคาดเป็นเพราะ i) อัตรากำไรขั้นต้นต่ำเกินคาดที่ 3.4% (เราคาดไว้ที่ 4.3%) และ ii) สัดส่วน SG&A/ยอดขายสูงเกินคาดที่ 2.4% (เราคาไว้ที่ 1.7%) เราเชื่อว่าอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าประมาณการของเราเป็นเพราะอุปสรรคในการก่อสร้าง guideway beam สำหรับรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพูและเหลืองในช่วงที่มีการประกาศ curfew ส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงเกินคาดเป็นเพราะต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับโครงการเมืองสนามบินอู่ตะเภา และ รถไฟฟ้า MRT สายสีส้มตะวันตก รายได้อยู่ที่ 9.0 พันล้านบาท (+23.6% YoY, -3.3% QoQ) ซึ่งเป็นไปตามประมาณการของเรา
ประเด็นการตั้งสำรองสำหรับโครงการในปัจจุบันน่าเป็นห่วง
อัตรากำไรขั้นต้นใน 2Q63 อยู่ที่ 3.4% ซึ่งถือว่าต่ำมาก เราเป็นห่วงว่าอาจจะต้องมีการตั้งสำรองเพิ่มเติม สำหรับกรณี cost overrun ในโครงการในปัจจุบันอย่างเช่น อุโมงค์ระบายน้ำหนองบอน รถไฟฟ้า MRT สายสีชมพูและเหลือง ฯลฯ ถ้าหากว่าการที่อัตรากำไรขั้นต้นต่ำไม่ได้เป็นผลมาจากการประกาศ curfew
ใน 2Q63
Valuation & action
เนื่องจากกำไรสุทธิใน 1H63 คิดเป็นแค่ 37.9% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา ดังนั้น เราจึงมองว่าประมาณการกำไรปีนี้ยังมี downside อีกถ้าหากว่าอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสต่อ ๆ ไปยังคงต่ำอยู่อีก เรากำลังอยู่ระหว่างทบทวนคำแนะนำ และราคาเป้าหมายของ STEC โดยเราจะทบทวนประมาณการกำไร
อีกครั้งหลังจากที่ได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้บริหารบริษัทแล้ว
Risks
งานก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนด ขาดแคลนแรงงาน และเกิดกรณี cost overrun








