“สุพัฒนพงษ์”เผย รัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในเดือนนี้ โดย ศปศ.จะพิจารณารายละเอียดในวันที่ 19 ส.ค.นี้ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อไป ย้ำช่วยทุกกลุ่มที่เดือดร้อน แต่จะไม่แจกเงิน ด้านรมว.คลังคนใหม่ระบุ รัฐบาลมีข้อจำกัดด้านการเงิน ขณะที่ พร้อมกู
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลังวานนี้(17ส.ค.)ว่า ภายในเดือนนี้ รัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจะเป็นมาตรการที่ดูและประชาชนและผู้ประกอบการที่มีความเดือดร้อน ซึ่งศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจและผลกระทบโควิด-19(ศปศ.)จะเป็นผู้พิจารณาก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
“มาตรการที่จะออกมานั้น จะเป็นมาตรการที่เข้าไปช่วยดูแลและสร้างความยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยวงเงินที่ใช้นั้น จะอยู่ภายใต้วงเงินที่มีอยู่ ส่วนการแจกเงินนั้น จะลดลง”
เขากล่าวด้วยว่า หนึ่งในมาตรการที่จะช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนั้น จะมีการปรับแก้เกณฑ์การปล่อยสินเชื่อซอฟท์โลนของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ให้สามารถปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม ส่วนจะต้องแก้ไขกฎหมายหรือไม่ จะต้องรอให้มีการพิจารณาโดยศปศ.ก่อน ทั้งนี้ ทุกมาตรการที่ภาคเอกชนเสนอ เราพร้อมที่จะนำมาพิจารณา
ด้านนายปรีดี ดาวฉาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า บทบาทของกระทรวงการคลังนับจากนี้ คือ การซัพพอร์ตด้านการเงินกรณีที่รัฐบาลจะต้องออกมาตรการ แต่จะต้องอยู่ในกรอบของวินัยการเงินการคลัง ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้ อยู๋ในช่วงที่ยากลำบาก เพราะการลงทุน การบริโภคหายไปและการส่งออกหดตัว แต่ถือเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก
“เศรษฐกิจไทยอาจจะได้รับผลกระทบมากกว่าคนอื่น เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจไม่เหมือนกัน เราพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยว เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้การเดินทางมาไม่ได้ เราก็กระทบมากสุด ก็ถือเป็นเหตุเป็นผล ถามว่า แก้ได้ไหม ก็ต้องใช้เวลา ถ้าเรารู้ชัดเจนว่า โควิด-19 จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ เราก็จะประเมินได้ว่าจะใช้เงินเท่าไหร่ แต่วันนี้ ยังไม่แน่นอน”
เขากล่าวยอมรับว่า การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะมีข้อจำกัดเรื่องของเม็ดเงิน แต่เรื่องของถังแตกนั้น อย่าไปคิด เพราะเราสามารถบริหารจัดการได้ ส่วนรายได้ต่ำ ก็เป็นบางช่วงเวลาของการจัดเก็บ เช่น ขณะนี้ เรายังไม่ได้จัดเก็บภาษีเงินได้ต่างๆ แต่ระยะต่อไป จะถึงเวลาจัดเก็บ ก็มีผลต่อรายได้รัฐบาล
“เรื่องของรายได้ อย่างที่ทราบ ทุกคนลำบาก ต้องประคองกันไป ถามว่า รัฐบาลมีเครดิตกู้ได้ไหม ได้สบาย แต่เราสมควรเป็นหนี้ไหม เมื่อเป็นหนี้ เราก็ต้องใช้คืน เก็บภาษีมาเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ถ้าจำเป็นต้องเป็นหนี้อย่างหลีกเลี่ยง เพื่อดูแลประชาชน ก็หลีกเลี่ยงไม่ แต่ถ้าเราใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามเป้าหมาย เราก็จะไม่มีหนี้เพิ่ม”
เขาย้ำว่า กระทรวงการคลังจะรักษาเสถียรภาพการคลังและการเงินให้เป็นระบบหลัก ฉะนั้น ขอให้มั่นใจว่า เราจะทำงานโดยระมัดระวัง เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ ผ่านการออกมาตรการดูแลภาคประชาชนและภาคธุรกิจจนกว่าจะมีรายได้








