AOT แจ้งขยายเวลาเลื่อนชำระค่าเช่าพื้นที่ให้กับผู้ประกอบการในสนามบินอีก 6 เดือน รวมเป็น 12 เดือน รวมถึงเลื่อนเรียกเก็บค่าส่วนแบ่งตามจริงจากดิวตี้ฟรีเป็นปี 2565 จากผลกระทบโควิด-19
บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการและสายการบินยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงและต่อเนื่องในหลายประเทศ ประกอบกับนโยบายของภาครัฐที่มีข้อจำกัดในการกำหนดมาตรการด้านการขนส่งทางอากาศ
ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติอนุมัติการขยายระยะเวลาการเลื่อนการชำระค่าผลประโยชน์ตอบแทนในการประกอบกิจการ เฉพาะสำหรับงวดซึ่งครบกำหนดชำระตั้งแต่เดือน ก.พ.- ก.ค. 2563 และเลื่อนการชำระค่าเช่าพื้นที่ ค่าบริการการใช้บริการในอาคาร ค่าบริการสนามบิน (Landing and Parking Charges) และค่าเครื่องอำนวยความสะดวก (Aircraft Service Charges) เฉพาะสำหรับงวด ซึ่งครบกำหนดชำระตั้งแต่เดือน เม.ย. - ก.ค. 2563 ให้กับผู้ประกอบการและสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ณ ท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทอท. ทั้ง 6 แห่ง
จากเดิมที่ให้ขยายระยะเวลาการชำระของแต่ละงวดออกไปเป็นระยะเวลา 6 เดือนจากวันครบกำหนดชำระตามระยะเวลาปกติ เป็นให้ขยายระยะเวลาการชำระของแต่ละงวดออกไปเป็นระยะเวลา 12 เดือนจากวันครบกำหนดชำระตามระยะเวลาปกติ มาตรการดังกล่าวใช้กับผู้ประกอบการและสายการบินที่เคยมีหนังสือร้องขอรับสิทธิเลื่อนการชำระฯ จากบริษัทแล้ว
สำหรับในส่วนของผู้ประกอบการและสายการบินที่มีหนังสือร้องขอการรับสิทธิเลื่อนการชำระฯ มายังบริษัท ภายหลังจากวันที่คณะกรรมการ มีมติข้างต้นจะได้รับสิทธิดังกล่าวโดยมีผลตั้งแต่งวดที่ครบกำหนดชำระที่ผู้ประกอบการหรือสายการบินทำหนังสือร้องขอการรับสิทธิฯ มายังบริษัทโดยไม่มีผลย้อนหลัง
พร้อมกันนี้ AOT ได้อนุมัติการขยายเวลาการปรับปรุงตกแต่งพื้นที่และเลื่อนเวลาการเริ่มต้นและสิ้นสุดการอนุญาตประกอบกกิจการจำหน่ยสินค้าปลอดอาการ (ดิวตี้ ฟรี) ของกลุ่มคิงเพาเวอร์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินภูเก็ต สนามบินเชียงใหม่ และสนามบินหาดใหญ่ เนื่องจากได้รับผลกระทบโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนที่กำหนดไว้ และจะมีผลต่อการชำระค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำตามที่เสนอ
โดย AOT จะขยายเวลาขั้นตอนการปรับปรุงก่อสร้าง ตกแต่งพื้นที่ประกอบกิจการที่กำหนดเดิมในระยะที่ 1 ออกไปอีก 1 ปี เป็นนับตั้งแต่ 28 ก.ย.63-31 มี.ค.65 และเลื่อนเวลาการเริ่มต้นและสิ้นสุดการประกอบกิจการที่กำหนดไว้เดิมในระยะที่ 2 เป็นตั้งแต่ 1 เม.ย.65-31 มี.ค.75
ส่วนการเรียกเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำต่อผู้โดยสาร (Sharing Per Head) และจำนวนผู้โดยสารที่เกิดขึ้นจริง โดยตั้งแต่ 1 เม.ย.65 จนถึงปีที่จำนวนผู้โดยสารจริงของ AOT มีจำนวนเท่ากับหรือมากกว่าประมาณการผู้โดยสารที่กลุ่มคิงเพาเวอร์ แล้วแต่กรณี
แต่ในปี 64 ให้อิงจากเอกสารการประมูล ให้นำค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำที่บริษัทใช้ยื่นข้อเสนอในปีแรก หารด้วยจำนวนผู้โดยสารตามประมาณการของบริษัทในปี 64 เพื่อคำนวณหา Sharing Per Head และนำมูลค่าที่ได้มาคูณกับจำนวนผู้โดยสารจริงของ ทอท. ในปีนั้นๆ เพื่อกำหนดเป็นค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำในปีนั้นๆ ตามสูตรการคิดคำนวณ MG (i)ที่กำหนด
สำหรับปีถัดไป จะเรียกเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ โดยใช้สูตรการคำนวณ MAG(i) (พิจารณาจากอัตราการเจริญเติบโตของผู้โดยสารประกอบกับอัตราเงินเฟ้อของปีปฏิทินก่อนหน้า)








