สมาคมค้าทองคำ เผยบรรยากาศซื้อขายทองคำยังคึกคัก โดยมีคนนำมาขายอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มากเท่าเดือนเม.ย. ย้ำขายปุ๊บรับเงินสดปั๊บไม่ต้องรอเหมือนช่วงก่อนหน้า ยอมรับมีบางส่วนเข้ามาซื้อเก็งกำไร หวังราคาวิ่งแตะ 3 หมื่นบาท เตือนความเป็นไปได้ในปีนี้มีน้อย
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ราคาทองคำในประเทศยังคงเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์(ออลไทม์ไฮ) ซึ่งเป็นการปรับขึ้นตามราคาทองคำในตลาดโลก ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขึ้นมายืนเหนือระดับ 28,000 บาทต่อบาททองคำ ส่วนราคาทองรูปพรรณขึ้นมายืนเหนือระดับ 28,500 บาทต่อบาททองคำ
ส่วนบรรยากาศการซื้อขายทองคำบริเวณถนนเยาวราช พบว่า ยังมีผู้มาขายทองคำจำนวนมากแต่น้อยลงกว่าในช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยผู้ที่นำทองคำมาขายในรอบนี้ไม่ได้มีมากเหมือนเมื่อช่วงเดือนเม.ย.ที่มีคนพากันมาขายทองคำอย่างคับคั่ง ดังนั้นผู้ที่ขายทองคำในรอบนี้สามารถรับเงินสดกลับไปได้ทันที และไม่จำเป็นต้องรอเหมือนกับเมื่อช่วงเดือนเม.ย.
นายจิตติ กล่าวว่า ในส่วนของร้านทองฮั่วเซ่งเฮง มีมูลค่าการนำทองคำมาขายเฉลี่ยที่ 10 ล้านบาทต่อวัน น้อยลงกว่าช่วง 2 เดือนก่อนหน้าที่เฉลี่ยในระดับ 100 ล้านบาทต่อวัน
“ยืนยันว่า รอบนี้มาขายแล้วได้เงินกลับไปทันที ส่วนคนที่มาซื้อทองคำยังมีบ้าง แต่ไม่ได้มากนัก เป็นการมาซื้อเก็งกำไรจากกระแสข่าวและความคาดหวังว่า ราคาทองคำในประเทศจะขึ้นไปถึงระดับ 30,000 บาทต่อบาททองคำ”
นายจิตติ กล่าวด้วยว่า ช่วงนี้แนะนำว่า ด้วยราคาจำหน่ายทองรูปพรรณในประเทศตั้งแต่ต้นปีปรับเพิ่มขึ้นกว่า 20% หรือ ราว 6,000 บาทต่อบาททองคำ ดังนั้นการจะหวังว่า ราคาทองคำจะขึ้นไปถึงระดับ 30,000 บาทต่อบาททองคำในปีนี้ ยังมีความเป็นไปได้ค่อนข้างยาก ในเบื้องต้นต้องลุ้นราคาขึ้นไปบาทละ 28,000 บาทต่อบาททองคำก่อน ขณะเดียวกันยังต้องระวังแรงขายทำกำไรด้วย
ส่วนราคาทองคำตลาดโลก ปัจจุบันอยู่ที่ราว 1,860 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินแนวโน้มอาจจะขึ้นไปที่ 1,875 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนจะทำออลไทม์ไฮหรือไม่นั้น ยังต้องรอประเมินอีกครั้ง และยังต้องระมัดระวัง เพราะอาจเหมือนครั้งก่อนที่เป็นขาลงหลายปีหลังไปแตะที่ 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์
“สำหรับการลงทุนช่วงนี้นั้น มองว่าอาจจะเสี่ยง แต่หากราคาย่อตัวสามารถที่จะซื้อได้แต่ต้องระมัดระวัง”








