ปริมาณขายที่แข็งแกร่งให้ EGAT จะชดเชยความต้องการจาก IU ที่อ่อนแอ
คาดว่า BGRIM จะรายงานกำไรก่อนการเปลี่ยนแปลงค่าเงินและรายการพิเศษ (normalized net profit) ใน 2Q ที่ราว Bt670m (Bt0.26 EPS) -2% qoq แต่ +17% yoy โดยประเด็นสำคัญในแง่ qoq จะเป็นปริมาณขายที่สูงขึ้น, ต้นทุนแก๊สที่ต่ำลง, และ capacity factor (CF) ที่สูงขึ้นจากโซล่าฟาร์มในเวียดนาม เราคาดว่าค่า Ft ที่ลดลงจะมีผลกระทบเพียงเล็กน้อยและราคาแก๊สที่ลดลงจะช่วยชดเชยความต้องการที่อ่อนแอจากผู้ใช้ภาคอุตสาหกรรม (IU) ใน 2H20 เราคงคำแนะนำ ขาย แต่ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น Bt42/sh (จาก Bt38.5/sh); valuation ที่ค่อนข้างแพง
ปริมาณขายที่แข็งแกร่งให้กับ EGAT จะชดเชยปริมาณขายที่อ่อนแอสำหรับลูกค้าอุตสาหกรรม
BGRIM จะรายงานกำไรก่อนการเปลี่ยนแปลงค่าเงินและรายการพิเศษ (normalized net profit:NPP) ใน 2Q ที่ราว Bt670m (Bt0.26 EPS), -2% qoq แต่ +17% yoy โดยประเด็นสำคัญในแง่ qoq จะเป็นปริมาณขายที่สูงขึ้น, ต้นทุนแก๊สที่ต่ำลง, และ capacity factor (CF) ที่สูงขึ้นจากโซล่าฟาร์มในเวียดนาม ปริมาณขายให้ EGAT จะเพิ่มขึ้น 11% qoq จากการดำเนินงานที่ราบรื่น เทียบกับการซ่อมบำรุงสายส่ง 500KV 10 วันใน 1Q ปริมาณขายจากลูกค้าอุตสาหกรรมจะลดลงราว 25% qoq และ yoy เนื่องจาก lockdown โดยผลกระทบสุทธิต่อปริมาณขายจะอยู่ที่ราว +2% qoq ต้นทุนแก๊สได้ลดลงสู่ระดับ Bt261/mmbtu ใน 2Q จาก Bt267/mmbtu ใน 1Q แต่จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นไม่นัก โดยเปลี่ยนแปลงของต้นทุนแก๊สทุกBt1/mmbtu จะกระทบกำไรสุทธิ Bt15m ต่อปี ซึ่งนี่จะช่วยเพิ่มกำไรขั้นต้น Bt22m ใน 2Q ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (437MWe หรือ 22% ของ equity capacity) ในเวียดนามจะสามารถสร้างกำไรที่ดีได้ในไตรมาสนี้จากการที่ค่า CF จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 20% เทียบกับ 18% ใน 1Q พร้อมกับอัตรา EBITDA ที่อยู่ที่ระดับที่ดีที่ 82% โดย BGRIM เริ่ม COD กลางมิถุนายน 2019 ดังนั้นเราคาดว่า NNP จะเพิ่มขี้น 17% yoy
ผลกระทบเพียงเล็กน้อยจากค่า Ft ที่ลดลง ราคาแก๊สที่ลดลงจะชดเชยความต้องการจาก IU ที่อ่อนแอ
คณะกรรมการกำกัลบกิจการพลังงาน (ERC) ประกาศในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะลงค่า Ft ลง 0.83 สตางค์สู่ -12.43 สตางค์/kWh โดยมีกำหนดการใช้ในกันยายน ถึง ธันวาคม 2020 เราประมาณการว่าการลดค่า Ft นี้จะลดกำไรสุทธิราว Bt4m ต่อไตรมาสจาก การเปลี่ยนแปลงค่า Ft 1 สตางค์/kWh จะกระทบกำไรราว Bt18m ต่อปี โดย BGRIM จะได้ประโยชน์จากต้นทุนแก๊สที่ลดลงสู่ระดับ Bt232.5/mmbtu ใน 3Q และBt210/mmbtu ใน 4Q ซึ่งนี่จะช่วยเพิ่มกำไรขั้นต้นราว Bt105m ใน 3Q และ Bt150m ใน 4Q โดย BGRIM จะสามารถขายไฟฟ้าเพิ่มได้อีก 31MW ให้กับลูกค้าภาคอุตสาหกรรม (IU) ในปีนี้ +6% จากปริมาณขาย 2019 โดย 15MW ได้เริ่มทำการขายแล้วและจะเพิ่มไตรมาสละ 8MW ใน 3Q และ 4Q20 ซึ่งนี่จะช่วยชดเชยความต้องการจากลูกค้า IU ใน 2H20 โดย BGRIM จะมีเพียงโรงไฟฟ้าโซล่าห์เพียงโรงงานเดียว (100%, 39MW) ในกัมพูชาที่เริ่มทำการขายได้ แต่อาจจะถูกเลื่อนไปยังปลายปีจากก่อนหน้านี้ที่วางแผนในตุลาคมเนื่องจาก lockdown
คงคำแนะนำ ขาย, เพื่อราคาเป้าหมายสู่ Bt42/sh (จาก Bt38.5/sh); valuation ค่อนข้างแพง
เราปรับสมมติฐานราคาแก๊สของเราในช่วงปี FY20-22F สู่ Bt243/Bt220/Bt224 จาก Bt266/Bt265/Bt265 เพื่อสะท้อนราคาแก๊สที่ลดลง ซึ่งทำให้คาดการณ์กำไรของเราเพิ่มขึ้นราว 3%, 8% และ 10% ตามลำดับ (จากในหน้า 6) แม้ว่าเราจะปรับประมาณการกำไรขึ้น การเติบโตของกำไร BGRIM จะยังคงอ่อนแอลงสู่ระดับ +21% ใน FY20F และ +11% ใน FY21F จาก +25% ใน FY19 เราปรับราคาเป้าหมายของเราด้วยวิธี SoTP สู่ระดับ Bt42/sh สะท้อน 37x FY21F PE ส่วน BGRIM นั้นได้รับใบอนุญาตการขนส่ง LNG จาก ERC ตั้งแต่พฤษภาคม 2020 เราคาดว่าอาจจะเห็นศักยภาพในการเติบโตของกำไรราว Bt1bn หรือ +30% ในปี 2023 หาก BGRIM สามารถนำเข้า LNG สำหรับใช้ในสัญญาซื้อไฟฟ้า SPP ใหม่ (SPP replacement) ทั้ง 5 โรงได้









