วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"Energy" Sector (21 ก.ค.63)

กลุ่มโรงกลั่น: จะได้อานิสงส์จากอุบัติเหตุที่โรงกลั่น Mailiao

Event

เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ที่โรงกลั่น Mailiao ของ Formosa Petrochemical ในวันที่ 15 กรกฎาคม

Impact

Spread ของผลิตภัณฑ์โรงกลั่นในเอเซียจะเพิ่มขึ้นจากเหตุระเบิดของ RDS#2 ที่โรงกลั่น Mailiao

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม Formosa Petrochemical ที่ไต้หวันได้หยุดเดินหน่วย residue desulphurization (RDS#2) ของโรงกลั่น Mailiao ซึ่งมีกำลังการผลิตสูงถึง 540KBD หลังเกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ ทั้งนี้ในกระบวนการผลิตของหน่วย RDS#2 กำลังการผลิต 80KBD จะมาหลัง crude distillation (CDU) สามหน่วย และมาก่อน residual catalytic cracking (RCC) สองหน่วย ดังแสดงใน Figure 1. โดยการปิดหน่วย RDS#2 จะส่งผลกระทบกับการผลิต LSFO และจะบีบให้หน่วยผลิตที่เกี่ยวข้องต้องลดอัตราการใช้กำลังการผลิตลง อย่างเช่นการผลิตน้ำมันเบนซินหรือน้ำมันดีเซล โดยเราคาดว่าจะต้องหยุดเดินเครื่องอย่างน้อยสามเดือนเพื่อซ่อมแซมอุปกรณ์ที่เสียหาย และ spread ของผลิตภัณฑ์จากการกลั่นในเอเซียจะได้อานิสงส์จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

Valuation & action

เราชอบ ESSO, TOP และ SPRC จากอุบัติเหตุที่โรงกลั่นของ Formosa Petrochemical เนื่องจากเราคาดว่าค่าการกลั่นจะเพิ่มขึ้นจากเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ที่หน่วย RDS#2 ของโรงกลั่น Mailiao ของ Formosa Petrochemical ดังนั้นเราจึงชอบหุ้นโรงกลั่นที่มีกำไรจากโรงกลั่นคิดเป็นกว่า 50% ของ EBITDA รวม อย่างเช่น Thai Oil (TOP.BK/TOP TB)*, ESSO Thailand (ESSO.BK/ESSO TB)* และ Star Petroleum Refining (SPRC.BK/SPRC TB)* โดยกำไรจากโรงกลั่นของแต่ละบริษัทคิดเป็น 60%, 70% และ 100% ของ EBITDA ตามลำดับ ในขณะเดียวกันเราคาดว่า Bangchak Corporation (BCP.BK/BCP TB)* และ IRPC (IRPC.BK/IRPC TB)* ก็น่าจะได้อานิสงส์จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นด้วยเพราะกำไรจากโรงกลั่นของทั้งสองบริษัทคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30%-40% ของ EBITDA รวม ซึ่งเราจัดหุ้นสองตัวเป็นตัวเลือกรองในการลงทุนจากประเด็นนี้ ทั้งนี้เรามองว่า PTT Global Chemical (PTTGC.BK/PTTGC)* จะเป็นโรงกลั่นของไทยที่ได้อานิสงส์จากประเด็นนี้น้อยที่สุดเพราะกำไรจากโรงกลั่นคิดเป็นแค่ประมาณ 20%-25% ของ EBITDA เท่านั้น