ราคาทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไรหลังจาก ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
และคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามโครงการ PEPP ที่ระดับ 1.35 ล้านล้านยูโรจนถึงเดือนมิ.ย.2564 อย่างไรก็ตามจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายวันทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสู่ 2.5 แสนคนต่อวัน ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศสหรัฐ บราซิล อินเดีย แอฟริกาใต้ เม็กซิโก สเปน โคลัมเบีย และอาร์เจนตินายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กองทุน SPDR ที่เข้าซื้อสถานะต่อเนื่องแตะระดับสูงสุดในรอบ 1,206 ตันซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 ปีซึ่งเป็นปัจจัยหนุนต่อราคาทองคำ
ในสัปดาห์นี้เราคาดว่าราคาทองคำอาจพักตัวเนื่องจากราคาปรับตัวขึ้นจากต้นปีกว่า 18% ทำให้เป็นเป้าหมายในการทำกำไรของนักลงทุน นอกจากนี้ยังขาดปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติมเนื่องจากทุกประเทศทั่วโลกได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องและไม่มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ แนะนำให้เล่นในกรอบที่ 1,755$/Oz -1,815$/Oz หรือเทียบเท่าทองคำไทย 26,320-27,310 บาทต่อบาททองคำ โดยใช้กลยุทธ์ลงซื้อขึ้นขาย
ศุกร์ที่ผ่านมาดัชนีปิดปรับตัวขึ้นกว่า 11.72 จุด คล้ายกับตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ คาดเป็นแรงรีบาวด์หลังจากที่ปรับตัวร่วงลงหลายวันก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงมีปัจจัยกดดันจากจำนวนผู้ป่วย โควิด-19 รายใหม่ทั่วโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยดัชนี SET Index ปิดที่ 1,359.58 จุด (+11.72 จุด) Volume 4.1 หมื่นลบ.
ฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็กคาดทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัวผันผวน โดยนักลงทุน โดยยังขาดปัจจัยใหม่เข้ากระทบตลาด นักลงทุนยังคงจับตาตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศอย่างใกล้ชิด และติดตามการประกาศผลประกอบการของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ทยอยออกมา คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,320-1,370 จุด






