วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บิทาซซ่า' เปิดแอพใหม่ ชำระเงินด้วย 'คริปโตฯ'

“บิทาซซ่า” โบรกเกอร์สินทรัพย์ดิจิทัล ปักธงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล่าสุด เปิดบริการทางเลือกใหม่ ชำระเงินผ่านร้านค้าพันธมิตรกว่า 50 แห่ง นำเงินดิจิทัลมาใช้จ่ายในชีวิตจริงได้ นอกจากเป็นช่องทางระดมทุน หวังบุกเบิกขยายฐานผู้ใช้งานในไทยถึงล้าน

นายกวิน พงษ์พันธ์เดชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทาซซ่า จำกัด ผู้ให้บริการธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Broker) เปิดเผยว่า บริษัทวางเป้าหมายเป็นผู้นำในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีธุรกิจสามส่วนหลัก คือ ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล, วาณิชธนกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและแฟลตฟอร์มชำระเงินออนไลย์ด้วยบล็อกเชน

ภายใต้กลยุทธ์ของบริษัท มุ่งการเร่งเทคโนโลยีด้านสินทรัพย์ดิจิทัลให้เป็นที่รู้จัก และรับรู้ในวงกว้างผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ ทั้งคุณภาพของสินทรัพย์ดิจิทัลที่นำเสนอต่อลูกค้า, การรักษาความปลอดภัย, ความรวดเร็วและความโปร่งใส รวมถึงสภาพคล่องในการซื้อขาย

โดยล่าสุด บริษัทเตรียมขยายธุรกิจสู่การเป็นผู้ให้บริการชำระเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลกับร้านค้าพันธมิตรกว่า 50 ร้านค้า ในกลุ่มร้านค้าและร้านอาหารที่มีบริการส่งถึงบ้าน กลุ่มท่องเที่ยว เพื่อให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายสามารถ ใช้สินทรัพย์ดิจิทัล และเงินทั่วไป (Fiat Currency) ในการแลกเปลี่ยนได้อย่างไร้รอยต่อด้วย เชื่อมั่นว่า การบริการชำระเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลจะเป็นแนวโน้มกระแสหลักได้อย่างแน่นอน

อีกทั้ง ยังมีแผนขยายงานสู่การเป็นวาณิชธนกิจด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ด้วยการเชื่อมต่อผู้เสนอขายสินทรัพย์ดิจิทัลต่อนักลงทุนและตลาดทุน โดยบริษัทตั้งอยู่ในศูนย์กลางของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคนี้ ที่จะสามารถเป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถระดมทุนระหว่างกันได้

“เราจะมีการให้ผลประโยชน์กับร้านค้าพันธมิตร ที่ใช้บริการแลกเปลี่ยนเงินสินทรัพย์ดิจิทัลกับเงินบาทในช่วง 6 เดือนแรกไม่มีค่าใช้จ่าย และยังสามารถสะสม BTZ โทเคนของเราไว้ สามารถนำมาใช้จ่ายได้เมื่อเรามีการเก็บค่าบริการหลังจากนั้น หรือสะสมเงินดิจิทัลอื่นๆ ไว้ได้ ส่วนลูกค้าที่ซื้อขายเงินดิจิทัลก็ได้รับความสะดวกสบายจากบริการใหม่ๆ ตลอด 24 ชม. โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่ลูกค้าต้องอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งถ้าใช้โทเคน BTZ จ่ายจะได้ส่วนลดถูกมากเกินครึ่งของค่าธรรมเนียมสกุลเงินดิจิทัละอื่นๆ เริ่มต้นที่ 0.25%”

นายกวิน กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมายในระยะ 5 ปีหลังจากนี้ ที่จะเป็นตัวเลือกแรกในระดับภูมิภาคของการระดมทุนซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีฐานลูกค้าผู้ใช้งานเติบโตระดับหลักแสนถึงหลักล้านคน มีส่วนแบ่งการตลาดในไทยสัดส่วน 30-50% และมียอดเทรด 300 ล้านบาทต่อวัน หลังจากเริ่มดำเนินธุรกิจในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมานี้ ปัจจุบันมีฐานลูกค้าราว 10,000 คน และมียอดเทรดสูงสุด 60 ล้านบาทต่อวัน นอกจากนี้ยังหวังว่าจะสร้างตลาดบิทคอยน์ในไทย ให้มีสัดส่วน 1-5% ของโลกจากปัจจุบันเป็นตลาดที่เล็กมาก