Report & Corporate News (23 มิ.ย.63)

Report & Corporate News (23 มิ.ย.63)

CPF - ซื้อ, AOT - ขาย, KSL - ขาย, TOP ภาพรวมธุรกิจของบริษัทในไตรมาส 2/63 มีทิศทางที่ดีกว่าไตรมาสแรก

CPF   BUY

TP: Bt 38.50

การแพร่ระบาดของไวรัส COVIS-19 ในหลายประเทศ อย่างเช่น สหรัฐฯ, บราซิล, และเยอรมัน นำไปสู่การหยุดชะงักของสายการผลิตจากกลุ่มประเทศดังกล่าว นอกจากนี้ จีนได้หยุดการนำเข้าอาหารจากบริษัท Tyson Foods เนื่องจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัสสู่อาหารหลังจากพนักงานของบริษัทหลายร้อยคนติดเชื้อไวรัส COVID-19 สถานการณ์ดังกล่าวจะเป็นบวกต่อ CPF เพราะจะทำให้แนวโน้มปริมาณการส่งออกสูงขึ้น คงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 38.50 บาท

AOT  SELL

TP: Bt 51.00

แนวโน้มรายได้ของ AOT จะลดลงติดต่อกัน 2 ปี ซึ่งบ่งบอกถึงแนวโน้มกำไรสุทธิที่จะลดลงติดต่อกัน 2 ปีด้วยเช่นกัน โดยบริษัทคาดว่าจะยังไม่เห็นการฟื้นตัวของการใช้บริการสนามบินสู่ระดับเดียวกับปี 2019 ภายในปี 2022 นี้ นอกจากนี้ ยังบ่งบอกถึงแนวโน้มการปรับลดค่า duty-free ให้แก่คู่สัญญาอีกด้วย เราเชื่อว่าผลกระทบดังกล่าวจะส่งต่อไปถึงแนวโน้มการจ่ายปันผลในอนาคตที่จะลดลง ปรับลดคำแนะนำลงเป็น ขาย และปรับลดราคาเป้าหมายลงมาที่ 51 บาท

KSL   SELL

TP: Bt 1.84

เราคิดว่ากำไรของ KSL ในปี 2020-21 จะถูกกดดันโดยปริมาณอ้อยที่ขาดตลาดและราคาน้ำตาลที่ตกต่ำ โดยบริษัทรายงานผลขาดทุนสูง 587 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2/2020 จากผลของรายการพิเศษ ปรับลดคำแนะนำลงเป็น ขาย ที่ราคาเป้าหมาย 1.84 บาท

TOP

เผยว่า แนวโน้มภาพรวมธุรกิจของบริษัทในไตรมาส 2/63 มีทิศทางที่ดีกว่าไตรมาสแรกที่มีผลขาดทุนสุทธิ 1.38 หมื่นล้านบาท หลังมีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสูงถึง 1.08 หมื่นล้านบาท แต่ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นมาอยู่ที่ราว 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปัจจุบัน จากราว 33 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในสิ้นไตรมาส 1/63 จะส่งผลให้มีกำไรจากสต็อกน้ำมันในไตรมาส 2 นอกจากนี้กำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม (GIM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของบริษัทลูก และในส่วนของโรงกลั่นน้ำมัน  (ข่าวหุ้น)