“แอลเอชฟันด์” วางเป้าเอยูเอ็ม โตเท่าปีก่อนที่ขยายตัว 14% ลุย “กองทุนหุ้น-เอเชียรีท” จัดพอร์ตกระจายความเสี่ยง ปั้นผลตอบแทนได้ 5-6% มองข้ามช็อตปีหน้าทุกอย่างฟื้น 70% หนุนแตะระดับ 1,500 จุด ส่วนปีนี้รอจังหวะตลาดพักฐานเก็บหุ้น SET100 เพิ่ม
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด หรือ LH Fund เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทพยายามรักษาการเติบโตของ สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ให้เท่ากับปีก่อน โดยมุ่งเน้นลงทุนทำผลตอบแทนกองทุนกลับมาได้ ผลักดันกองทุนที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ลงทุน ทั้งกองทุนหุ้นและกองทุนต่างประเทศ (FIF) ส่วนแผนการออกกองทุนใหม่ในปีนี้ ต้องผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ก่อน
ทั้งนี้ ในปี 2562 บริษัทมี AUM ราว 75,376.95 ล้านบาท เติบโต 14% จากปีก่อนหน้า แบ่งเป็นกองทุนรวม กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ราว 86% กองทุนส่วนบุคคล 10% และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 4%
สำหรับการลงทุนหลังจากนี้ ยังคงแนะนำผู้ลงทุนเลือกซื้อกองทุนแบบกระจายความเสี่ยง ถ้าเป็นกองทุนหุ้นต้องมีทั้งหุ้นไทย หุ้นสหรัฐ หุ้นจีน และกองรีทเอเชีย ต้องมีทั้งรีทไทย รีทสิงคโปร์และรีทญี่ปุ่น หากมองดัชนีตลาดหุ้นไทยสิ้นปีนี้ที่ 1,400 จุด กองทุนหุ้นมีโอกาสทำผลตอบแทนคาดหวังได้ถึง 6% และกองรีทเอเชียราว 5-6% ดีกว่าตราสารหนี้ ที่มีผลตอบแทนราว 1% เท่านั้น
นายมนรัฐ กล่าวถึงมุมมองตลาดหุ้นไทยปีนี้ว่า ภาพรวมการลงทุนหลังคลายล็อกดาวน์คงมองข้ามปี 2563 ไปเลย เชื่อมั่นว่าในปี 2564 ทุกอย่างจะกลับมา 70% จากฐานปี 2562 น่าจะช่วยหนุนดัชนีหุ้นไทยปีหน้ามีโอกาสไปถึง 1,550 จุดได้ จากปีนี้ที่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัว เคลื่อนไหวในกรอบ 1,300-1,450 จุด และเมื่อดัชนีใกล้ระดับ 1,350 จุด ตลาดมีโอกาสพักฐานอีกครั้ง
สำหรับกลุ่มหุ้นที่ยังน่าสนใจเข้าลงทุน ได้แก่ หุ้นใหญ่ใน SET100 หุ้นกลุ่มพลังงาน และกลุ่ม Old Economy ที่มีความสามารถปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดและขยายตัวต่อไปได้ภายใต้โลกสมัยใหม่
อย่างไรก็ตาม การเข้าลงทุนในหุ้นไทยยังต้องระมัดระวัง โดยยังมีความกังวลว่า เมื่อเปิดประเทศแล้ว จะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกระลอกหรือไม่ ถ้าติดเชื้อเป็นจำนวน 100 คนขึ้นไป หรือรุนแรงกว่าครั้งแรก อาจจะกดหุ้นไทยลงมาต่ำกว่า 1,200 จุดได้ ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
“เราได้ทยอยเข้าลงทุนหุ้นไทยมาต่อเนื่อง รวมถึงนักลงทุนรายย่อยเอง ตอนนี้เริ่มมีบทบาทกลับเข้ามาลงทุนหุ้นมากขึ้น ทั้งลงทุนโดยตรงและผ่านกองทุน ทำให้มีเงินทยอยไหลเข้ามาได้ เพราะหากมองระยะยาว สถานการณ์ในขณะนี้การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลายมากขึ้น หลังการคลายล็อกดาวน์อย่างค่อยเป็นค่อยไป ในแต่ละประเทศรวมถึงไทย เศรษฐกิจก็จะค่อยๆ ฟื้นตัว”









