วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลาย Lockdown ยังหนุน

ศบค.เตรียมผ่อนคลาย Lockdown เฟส3 ในช่วงสัปดาห์นี้จะเป็นแรงหนุนต่อทิศทางตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นวานนี้

SET วานนี้ปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,345 จุด (+9.02 จุด) หรือ +0.68% ด้วย Volume ซื้อขาย 7.8 หมื่นล้านบาท โดยแม้ว่าภาวะตลาดจะมีความกังวลปัญหา Trade war ระหว่างจีนกับสหรัฐ อย่างไรก็ตามความคาดหวังเศรษฐกิจโลกกลับมาฟื้นตัวขึ้นหลังทั่วโลกคลาย lockdown เป็นแรงหนุนให้ดัชนีปิดแดนบวกได้สำเร็จ โดยส่วนใหญ่เป็นแรงซื้อในกลุ่ม Trans, Bank, Food และ Helth ส่วนนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,823 ล้านบาท, ขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 1,594 ล้านบาท แต่ Net Long TFEX SET50  1,278 สัญญา

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้     

เรามีมุมมองเป็นบวกคาด SET ปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,355 – 1,360 จุดก่อนจะสลับอ่อนตัว ตามความคาดหวังภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกจะฟื้นตัวขึ้นหลังหลายประเทศเดินหน้าผ่อนคลาย Lockdown อีกทั้งการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งล่าสุด EU ประกาศตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูจากไวรัส Covid-19 มูลค่า 7.5 แสนล้านยูโร นอกจากนี้ปัจจัยภายในศบค.เตรียมผ่อนคลาย Lockdown เฟส3 ในช่วงสัปดาห์นี้จะเป็นแรงหนุนต่อทิศทางตลาดหุ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าดัชนีจะมีแรงขายในกลุ่มพลังงานหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงจากความกังวลความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-จีนจะส่งผลกระทบต่อ demand การใช้น้ำมัน นอกจากนี้ Valuation SET ที่ค่อนข้างตึงตัวจะเป็นแรงกดดันให้ดัชนีสลับอ่อนตัว

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • TMB, KKP, TISCO, AH, SAT
  • MINT, CENTEL, ERW, AOT คาดหวังรัฐออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวหลังคลาย Lockdown
  • MAJOR SPA  คาดศบค.ผ่อนคลาย Lockdown เฟส 3 ในสัปดาห์นี้
  • กลุ่มหุ้นที่ได้เข้าคำนวณ MSCI Thailand Index รอบใหม่ AWC, BAM, KTC มีผล 29 พ.ค.
  • กลุ่มที่คาดว่างบ 2Q20 จะเติบโตขึ้น  (CKP, TASCO, STA, RS, EPG)

หุ้นแนะนำวันนี้

  • MINT (ปิด 19.7 ซื้อ/เป้า 25) ได้ Sentiment บวกจากภาครัฐเตรียมออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ส่วนธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศก็มีปัจจัยบวกจากข่าวสเปนประกาศเปิดรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้ามาท่องเที่ยวได้ตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป ขณะที่เยอรมนีเตรียมยกเลิกคำเตือนการเดินทางไป 31 ประเทศในยุโรปในช่วงกลางเดือน มิ.ย.ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิม ถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อธุรกิจโรงแรมของ MINT ในยุโรปโดยเฉพาะโรงแรม NH Hotel ของ MINT ในสเปน
  • CPALL (ปิด 70.25 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 80) CPALL เป็นหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์มากสุดจากมาตรการเยียวและกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเนื่องจากมีสาขากระจายครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศ นอกจากนี้ราคาหุ้น CPALL ยัง laggard จากหุ้นค้าปลีกอื่นๆในช่วงที่ผ่าน

บทวิเคราะห์วันนี้

GPSC (ปิด 77.75 ถือ/เป้า 78), TU (ปิด 12.8 ถือ/เป้า 15.3)

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (+) ดาวโจนส์บวกแรง 553 จุด คาดหวังทั่วโลกคลายล็อกดาวน์หนุนเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว : เมื่อคืนที่ผ่านมาดัชนีดาวโจนส์บวกแรงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 อีก 553 จุด (+2.2%) ปิดที่ระดับ 25,548 จุด นักลงทุนยังคาดหวังทางบวกว่าการเปิดเศรษฐกิจและการคลายล็อกดาวน์จะทำให้เศรษฐกิจโลกกลับมาฟื้นตัว โดยสหรัฐเปิดเศรษฐกิจ (Reopen) ครบทั้ง 50 รัฐและเตรียมอนุญาติให้สวนสนุก รวมถึงกิจกรรมกีฬาต่างกลับมาดำเนินการได้ตั้งแต่วันศุกร์, อังกฤษเตรียมเปิดห้างสรรพสินค้าและธุรกิจบางส่วนในวันที่ 1 มิ.ย. และเยอรมนีเตรียมยกเลิกคำเตือนการเดินทางไปยัง 31 ประเทศในยุโรปในช่วงกลางเดือน มิ.ย.นี้ (เร็วกว่าแผนเดิม) ปัจจัยเหล่านี้หนุนหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวกลับมาเพิ่มขึ้น อาทิ สายการบิน และ เดินเรือ
  • (-) น้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.54$/bbl สวนทางกับดัชนีดาวโจนส์ กังวลรัสเซียอาจจะยกเลิกมาตรการลดกำลังการผลิตหลังสิ้นสุดมาตรการเฟสแรกในเดือน มิ.ย. : ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.54 ดอลลาร์ หรือ 4.5% ปิดที่ 32.81 ดอลลาร์/บาร์เรล สวนทางกับดัชนีดาวโจนส์ที่เพิ่มขึ้นแรง เนื่องจากตลาดมีปัจจัยลบเฉพาะตัว โดยล่าสุดมีกระแสข่าวว่ารัสเซียอาจจะยกเลิกมาตรการลดกำลังการผลิตหลังสิ้นสุดมาตรการเฟสแรกในเดือน มิ.ย. โดย เนื่องจากเห็นว่าราคาน้ำมันดิบเริ่มฟื้นตัวแล้ว ทั้งนี้ตามข้อตกลงชองกลุ่ม OPEC+ เมื่อเดือน เม.ย. มีมติลดกำลังการผลิต 9.7 ล้านบาร์เรล/วัน มีผล 1 พ.ค.ถึงสิ้นเดือนมิ.ย.  จากนั้นจะปรับลดกำลังการผลิต  8 ล้านบาร์เรล/วันตั้งแต่ ก.ค.ไปจนถึงสิ้นปี 2020 และจะปรับลด 6 ล้านบาร์เรล/วันตั้งแต่เดือนม.ค. 2021 ไปจนถึงเดือนเม.ย. 2020
  • (-) วันนี้ติดตามการประชุมสภาสามัญชนของจีน ต่อกรณีการออกร่างกฏหมายควบคุมการประท้วงในฮ่องกงซึ่งจะเป็นตัวตัดสินความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ : จีนเริ่มประชุมสภาสามัญชนฯ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.และจะสิ้นสุดการประชุมในวันที่ 28 พ.ค.นี้ ซึ่งทั่วโลกกำลังให้ความสนใจต่อประเด็นการผ่านร่างกฏหมายความมั่นคงเพื่อควบคุมการประท้วงในฮ่องกงว่าจีนจะเดินหน้าออกกฏหมายดังกล่าวหรือไม่ หากจีนยังเดินหน้าต่อจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐตึงเครียดมากขึ้น เนื่องจากสหรัฐออกมาตำหนิและขู่จีนอยู่บ่อยครั้งว่าสหรัฐจะทำการลงโทษจีนอย่างรุนแรงหากจีนผ่านกฏหมายฉบับดังกล่าว โดยล่าสุด นายไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรี ต่างประเทศของสหรัฐออกมาระบุว่าฮ่องกงไม่เหลืออำนาจในการปกครองตนเองอีกแล้วเหมือนเป็นสัญญาณลบที่บ่งบอกว่าจีนกำลังจะผ่านกฏหมายความมั่นคงเพื่อควบคุมการประท้วงในฮ่องกงในวันนี้