กำไร 1Q63 เติบโต 98%YoY ส่งผลให้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรปี 63 เพิ่มขึ้น 6.6%
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- รายงานกำไรงวด 1Q63 เท่ากับ 31.56 ลบ. (+98.3%YoY, -5%QoQ): บริษัทรายงานรายได้ในงวด 1Q63 เท่ากับ 547.60 ลบ. +24.4%YoY +2.36%QoQ โดยมีปัจจัยเติบโตหลัก 1) จากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) 12.5% ซึ่งส่วนหนึ่งได้อานิสงส์จากประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้ผู้บริโภคกักตุนสินค้าอุปโภคและบริโภคมากขึ้น และ 2) ยอดขายเติบโตตามการขยายสาขาโดย ณ ปลาย 1Q63 บริษัทมีจำนวนสาขาทั้งหมด 28 สาขา ส่วนงวดเดียวกันของปีก่อนมีทั้งหมด 24 สาขา ส่วน %GPM ปรับดีขึ้นมาที่ระดับ 15.9% จาก 1Q62 อยู่ที่ระดับ 14.1% แต่น้อยลงจาก 4Q62 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 16.7% เนื่องจากงวดดังกล่าวได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ส่งผลให้งวด 1Q63 บริษัทมีกำไร เท่ากับ 31.56 ลบ. +98.3%YoY -2.5%QoQ
- ปรับคาดการณ์กำไรปี 63 เพิ่มขึ้น 6% +16.5%YoY: ผลประกอบการงวด 1Q63 คิดเป็น 33% ของประมาณการกำไรเดิมที่ 97 ลบ. ประกอบกับผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีจะได้ปัจจัยสนับสนุนจากแผนการขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก 4-5 สาขา เราจึงปรับเพิ่มประมาณการรายได้ปี 63 สู่ 2.24 พันลบ. จากเดิม 2.19 พันลบ. (ปรับเพิ่มขึ้น 2%) +15%YoY และปรับกำไรปี 63 เพิ่มขึ้นสู่ 103 ลบ. จากเดิม 97 ลบ. (ปรับเพิ่มขึ้น 6.7%) +16.5%YoY และปรับสมมติฐาน %GPM เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 14.6% มาที่ระดับ 14.7% ขณะที่ คาดแนวโน้ม 2Q63 ยังคงเติบโต YoY แต่หดตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมขึ้นสู่ 2.84 บาท จากเดิม 2.66 บาท: เราประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี Prospective PE ณ ระดับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี ที่ 22 เท่า และปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 63 สู่ 0.13 บาทต่อหุ้น (เพิ่มจากเดิม 6.7%) คำนวณเป็นราคาเหมาะสมเท่ากับ 2.84 บาท ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ราคา 2.66 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 6.7% และมีอัพไซต์จากราคาปัจจุบัน จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ปัจจัยเสี่ยง
i) แนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมค้าปลีก
ii) แผนการขยายสาขาไม่เป็นไปตามเป้า
iii) การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมเริ่มชะลอลง









