วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พลังงาน ดึงบล็อกเชน จัดการสต็อกน้ำมันปาล์ม

ปัญหาโควิด-19 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไม่เว้นแม้แต่วงการน้ำมันปาล์ม ซึ่งต่อเนื่องเชื่อมโยงกับโครงสร้างพลังงานประเทศ และเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม ที่กำลังได้รับผลกระทบในเชิงราคาตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องในขณะนี้

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงาน ได้หารือร่วมกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำต่อเนื่องอยู่ที่ 2.70-2.90 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากปัจจุบันมีสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ(CPO) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 2.5 แสนตัน ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาลที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ความต้องการ CPO เพื่อการบริโภคจากเดิมเดือนละ 1 แสนตัน เหลือ 75,000-80,000 ตัน หรือลดลง 20-30%

ขณะที่ความต้องการ CPO เพื่อผลิตน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์100%(บี100) ก็ลดลงจากผลกระทบโควิด-19 เช่นกันทำให้การใช้ บี 100 ในเดือนเม.ย.2563 อยู่ที่ 4.9 ล้านลิตรต่อวัน หายไปจากช่วงปกติ 4-5 แสนลิตรต่อวัน แต่ช่วงต้นเดือน พ.ค.เริ่มกลับมาเข้าสู่ปกติ อยู่ที่ 5.4 ล้านลิตรต่อวัน และดีขึ้นว่าเดือน ม.ค.2563 ที่มีการใช้อยู่ที่ 5.3 ล้านลิตรต่อวัน แสดงให้เห็นว่า มาตรการส่งเสริมดีเซล บี10 ของกระทรวงพลังงาน สามารถดึง CPO ได้ตามกลไก และน่าจะถึงเป้าหมายดูดซับ CPO ที่ 6.5-7 ล้านลิตรต่อวันในสิ้นปีนี้ หรือ มียอดการใช้ดีเซล บี10 อยู่ที่ 60 ล้านลิตรต่อวันในสิ้นปี จากปัจจุบันมียอดการใช้อยู่ที่ 17 ล้านลิตรต่อวัน

“กระทรวงพลังงาน จะเดินหน้านโยบายส่งเสริมดีเซล บี10 เป็นน้ำมันเกรดพื้นฐานกลุ่มดีเซลเต็มรูปแบบ โดยวันที่ 1 ต.ค.นี้ กรมธุรกิจพลังงาน จะออกปะกาศเปลี่ยนชื่อ ดีเซล บี10 เป็น ดีเซล หน้าสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้ผู้ใช้น้ำมันรับรู้ว่า ดีเซล บี10 เป็นน้ำมันพื้นฐานอย่างเป็นทางการ”

158937039685

นอกจากนี้ ในส่วนของการเร่งดูดซับสต็อก บี100 ได้มอบหมายให้บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ไปพิจารณาแนวทางเข้ามาจัดซื้อสต็อก บี100 ล่วงหน้า เพื่อนำไปผลิตเป็นดีเซล บี10 ให้เพิ่มขึ้น ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยดูดซับCPO ส่วนเกินได้เร็วขึ้น และจะดำเนินการควบคู่กับการจัดซื้อ CPO อีกกว่า 3.7 หมื่นตันของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ที่จะนำไปป้อนเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง

อีกทั้ง ได้สั่งการให้กรมธุรกิจพลังงาน ไปเพิ่มกลไกการจัดซื้อ CPO โดยนำเข้าเทคโนโลยีบล็อกเชน เข้ามารองรับการซื้อขาย บี100 ซึ่งในวันที่ 15 พ.ค.นี้ ทางกรมธุรกิจฯ จะมีการประชุมร่วมกับโรงสกัดน้ำมันปาล์ม 14 แห่งทั่วประเทศ เพื่อหาแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม รวมถึงปริมาณจัดซื้อสต็อก CPO เพิ่มเติมด้วย โดยการนำบล็อกเชนเข้ามาซื้อขาย บี100 จะเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ที่จะช่วยลดปัญหาพ่อค้าคนกลางเข้ามาตัดราคาปาล์ม และยังช่วยตัดวงจรลักลอบนำเข้า CPO คาดว่า จะนำร่องได้ในเดือน มิ.ย.นี้

ส่วนการส่งเสริมแก๊สโซฮอล์ อี20 เป็นน้ำมันเกรดพื้นฐานกลุ่มเบนซินนั้น ยังเป็นนโยบายของกระทรวงพลังงาน แต่ในช่วงนี้ขอชะลอแผนไว้ก่อนเพื่อรักษาสต็อกเอทานอลสำหรับใช้ทางการแพทย์รับมือกับการแพร่ระบาดของโรควิด-19 ให้คลี่คลายก่อน

นายสนธิรัตน์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากว่า ล่าสุด คาดว่าจะสามารถออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบประเภท Quick Win ไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ ได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ เนื่องจากยังต้องรอให้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2561 - 2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP 2018 Rev.1) ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ก่อน

158937041840

รายงานข่าวระบุว่า หาก กฟผ.จะต้องดำเนินการตาม มติ ครม.เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2562 ในการเปิดประมูลรับซื้อ CPO ปริมาณคงค้าง 37,550 ตันนั้น จะต้องดำเนินการรับซื้อตามราคาตลาด ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 21 บาทต่อกิโลกรัม คาดว่าจะต้องใช้เงินเข้าไปรับซื้ออีก 822 ล้านบาท

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กฟผ.ได้ดำเนินการตามมาตรการรัฐในการเข้าไปรับซื้อ CPO เพื่อป้อนเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าแล้ว ปริมาณรวมอยู่ที่ 320,789 ตัน คิดเป็นวงเงิน 5,765 ล้านบาท ซึ่งกฟผ. ได้ส่งผ่านไปยังค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(Ft) ประมาณ 1,842 ล้านบาท แต่จะมีการจ่ายเงินชดเชยเพื่อไม่ให้ต้องส่งผ่านค่าFT

ด้านแนวทางดูแลการจัดการสต็อกน้ำมันปาล์ม มติครม.ได้กำหนดแนวทางดำเนินการ จะมีการจัดจ้างเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญดำเนินการติดตั้งระบบตรวจสอบปริมาณน้ำมันปาล์ม ที่สามารถรายงานข้อมูลปริมาณน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือในถังที่จัดเก็บได้ตลอดเวลา หรือเรียลไทม์ 

แนวทางแก้ปัญหากำลังร่วมกันอย่างครบวงจรเพื่อให้การแก้ปัญหาหนึ่งไม่ไปสร้างอีกปัญหาหนึ่ง ซึ่งจะเป็นทางออกที่ยั่งยืนต่อไป