วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,257.98 จุด ลดลง -20.65 จุด หรือ -1.61% มีมูลค่าการซื้อขาย 56,253.32 ล้านบาท
วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,257.98 จุด ลดลง -20.65 จุด หรือ -1.61% มีมูลค่าการซื้อขาย 56,253.32 ล้านบาท
โดยหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.BAM ปิดที่ 22.10 บาท ลดลง -1.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,395.04 ล้านบาท,2.CPALL ปิดที่ 70.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,176.54 ล้านบาท,3.PTT ปิดที่ 34.25 บาท ลดลง -0.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,244.09 ล้านบาท,4.PTTEP ปิดที่ 82.50 บาท ลดลง -1.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,986.02 ล้านบาท และ5.INTUCH ปิดที่ 55.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,930.03 ล้านบาท
ด้านนางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้ย่อตัวลงกว่า 20 จุด หลังจากที่ทดสอบระดับ 1,300 จุดในสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วไม่สามารถทะลุผ่านไปได้ทำให้เกิดการย่อตัวลงมาอีกครั้ง ประกอบกับตลาดฯตอบรับปัจจัยบวกจากคลายล็อกดาวน์ในไทยไปมากแล้ว และขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในไทยก็ดีขึ้น แต่ในมุมประเทศอื่นบางแห่งยังไม่ดี อย่างรัสเซีย, บราซิล เป็นต้นด้านนางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายนี้วันนี้ย่อตัวลงกว่า 20 จุด หลังจากที่ทดสอบระดับ 1,300 จุดในสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วไม่สามารถทะลุผ่านไปได้ทำให้เกิดการย่อตัวลงมาอีกครั้ง ประกอบกับตลาดฯตอบรับปัจจัยบวกจากคลายล็อกดาวน์ในไทยไปมากแล้ว และขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในไทยก็ดีขึ้น แต่ในมุมประเทศอื่นบางแห่งยังไม่ดี อย่างรัสเซีย, บราซิล เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาประเด็นสงครามการค้าหลังจีน และสหรัฐฯ มีความขัดแย้งกันอีกครั้ง ดังนั้น ตลาดฯจึงได้หาจังหวะในการขายทำกำไรก่อน เพราะตลาดฯก็ปรับขึ้นมามากแล้ว ทำให้ Valuation ค่อนข้างแพงแล้ว อีกทั้งความปั่นป่วนราคาน้ำมันก็ยังกดดันกลุ่มพลังงานอยู่









