วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บี.กริม ไม่ล้มแผนชิปเปอร์แอลเอ็นจี

บี.กริม ยัน ไม่ล้มแผนเป็นชิปเปอร์นำเข้าแอลเอ็นจีรายใหม่ เชื่อมั่นนโยบายรัฐ เดินหน้าเปิดเสรีเต็มรูปแบบ ชี้ ยังลุ้นโอกาสปลดล็อคคุณภาพก๊าซฯในระบบท่อฯ เอื้อการแข่งขัน

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังไม่ล้มเลิกแผนนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) แม้ว่าที่ประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(บอร์ด กกพ.) ในช่วงเดือน มี.ค.63 จะยังไม่อนุมัติให้บริษัทฯ เป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (LNG Shipper) เนื่องจากยังมีข้อกังวลเรื่องของคุณภาพก๊าซที่จะส่งผ่านระบบท่อก๊าซฯของ ปตท.กับลูกค้า ต่ำกว่า ค่าWobby Index นั้น

บริษัทฯ ยังคงเชื่อมั่นนโยบายของภาครัฐที่จะเดินหน้าเปิดเสรีโครงสร้างกิจการก๊าซธรรมชาติของประเทศอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากอนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้จัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (Shipper) รายที่ 2 ของประเทศ จากเดิมที่มี ปตท.เป็น Shipper รายเดียว

“ยังไง ก็ต้องเดินหน้าต่อ ไม่ล้มเลิกแน่นอน เพียงแต่ต้องรอจังหวะที่เหมาะสม รอให้รัฐประเมินการนำเข้า LNG Spot ทั้ง 2 ล็อต ของ กฟผ.ให้ชัดเจนก่อน และตามแผน บริษัทฯ ก็มีเป้าหมายจะเอา LNG เข้ามาใช้ในช่วงประมาณปี 2565 จึงยังมีเวลาเตรียมพร้อม”

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2565 บริษัทฯ มีแผนจะนำเข้า LNG เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้า SPP Replacement ซึ่งถึงเวลานั้น คาดว่าจะไม่มีอุปสรรคเรื่องของคุณภาพก๊าซฯ ที่มีข้อกำหนดค่าควบคุมคุณภาพก๊าซที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง ที่เรียกว่า Wobbe Index (WI) ที่ตกลงกัน เพื่อไม่ให้ คุณภาพก๊าซที่ ปตท.ส่งให้ลูกค้า ผ่านระบบโครงข่ายท่อส่งก๊าซบนบก มีปัญหาต่ออุปกรณ์และการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า เนื่องจากในช่วงปี 2565-2566 กำลังการผลิตก๊าซฯในอ่าวไทยจะลดลง และเป็นเหตุผลสำคัญที่จะทำให้ประเทศต้องมีการนำเข้า LNG เพิ่มขึ้น

ดังนั้น เมื่อถึงเวลาดังกล่าว ภาครัฐคงจะต้องมีการปรับปรุงกฎระเบียบ หรือ ข้อกำหนดต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการนำเข้าก๊าซฯ และบริษัทฯเอง ก็เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็นผู้จัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (Shipper) เพียงแค่ยังต้องรอการปรับนโยบายจากภาครัฐเท่านั้น อีกทั้ง การนำเข้า LNG ในปัจจุบัน ถือว่าเป็นจังหวะที่ดี เพราะมีราคาถูกกว่าก๊าซฯในอ่าวไทยพอสมควร

นางปรียนาถ กล่าวอีกว่า แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะส่งผลให้การใช้พลังงานโดยรวมลดลง ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ซึ่งอาจมีผลต่อความต้องการใช้ก๊าซฯในอนาคตนั้น โดยบริษัทฯ มองว่า โควิด-19 เป็นวิกฤติที่ทั่วโลกต้องเผชิญ ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 2-3 ปีที่จะฟื้นตัว ขณะเดียวกันธุรกิจของบริษัท ถือเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงน้อย และLNG จัดเป็นทรัพยากรที่จำเป็นต่อการผลิตไฟฟ้า โดยต้นทุน 70% ของค่าไฟฟ้ามาจากก๊าซฯที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในสัดส่วนประมาณ 70% ดังนั้น การจัดหา LNG จึงเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านไฟฟ้าของประเทศ และหากจัดหาได้ในราคาที่ถูกก็จะเป็นประโยชน์ต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าในอนาคตด้วย

“การเป็น LNG Shipper ของบี.กริม ในภาพรวมถือเป็นโอกาสที่จะซื้อก๊าซฯได้ถูกลง ไม่ใช่คิดแค่กำไรแต่เนื่องจาก 70% ของการผลิตไฟฟ้าจะเป็นการขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. และทำให้ต้นทุนค่าไฟถูกลงด้วย ขณะที่กลุ่มลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมก็ยังได้รับประโยชน์จากก๊าซฯที่ถูกลง แม้ว่าราคาน้ำมันมีแนวโน้มถูกลงและอาจไม่จำเป็นต้องนำเข้า LNG แต่อย่าลืมว่า ราคาก๊าซฯก็ถูกลงด้วย”