บี.กริม ยัน ไม่ล้มแผนเป็นชิปเปอร์นำเข้าแอลเอ็นจีรายใหม่ เชื่อมั่นนโยบายรัฐ เดินหน้าเปิดเสรีเต็มรูปแบบ ชี้ ยังลุ้นโอกาสปลดล็อคคุณภาพก๊าซฯในระบบท่อฯ เอื้อการแข่งขัน
นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังไม่ล้มเลิกแผนนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) แม้ว่าที่ประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(บอร์ด กกพ.) ในช่วงเดือน มี.ค.63 จะยังไม่อนุมัติให้บริษัทฯ เป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (LNG Shipper) เนื่องจากยังมีข้อกังวลเรื่องของคุณภาพก๊าซที่จะส่งผ่านระบบท่อก๊าซฯของ ปตท.กับลูกค้า ต่ำกว่า ค่าWobby Index นั้น
บริษัทฯ ยังคงเชื่อมั่นนโยบายของภาครัฐที่จะเดินหน้าเปิดเสรีโครงสร้างกิจการก๊าซธรรมชาติของประเทศอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากอนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้จัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (Shipper) รายที่ 2 ของประเทศ จากเดิมที่มี ปตท.เป็น Shipper รายเดียว
“ยังไง ก็ต้องเดินหน้าต่อ ไม่ล้มเลิกแน่นอน เพียงแต่ต้องรอจังหวะที่เหมาะสม รอให้รัฐประเมินการนำเข้า LNG Spot ทั้ง 2 ล็อต ของ กฟผ.ให้ชัดเจนก่อน และตามแผน บริษัทฯ ก็มีเป้าหมายจะเอา LNG เข้ามาใช้ในช่วงประมาณปี 2565 จึงยังมีเวลาเตรียมพร้อม”
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2565 บริษัทฯ มีแผนจะนำเข้า LNG เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้า SPP Replacement ซึ่งถึงเวลานั้น คาดว่าจะไม่มีอุปสรรคเรื่องของคุณภาพก๊าซฯ ที่มีข้อกำหนดค่าควบคุมคุณภาพก๊าซที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง ที่เรียกว่า Wobbe Index (WI) ที่ตกลงกัน เพื่อไม่ให้ คุณภาพก๊าซที่ ปตท.ส่งให้ลูกค้า ผ่านระบบโครงข่ายท่อส่งก๊าซบนบก มีปัญหาต่ออุปกรณ์และการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า เนื่องจากในช่วงปี 2565-2566 กำลังการผลิตก๊าซฯในอ่าวไทยจะลดลง และเป็นเหตุผลสำคัญที่จะทำให้ประเทศต้องมีการนำเข้า LNG เพิ่มขึ้น
ดังนั้น เมื่อถึงเวลาดังกล่าว ภาครัฐคงจะต้องมีการปรับปรุงกฎระเบียบ หรือ ข้อกำหนดต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการนำเข้าก๊าซฯ และบริษัทฯเอง ก็เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็นผู้จัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (Shipper) เพียงแค่ยังต้องรอการปรับนโยบายจากภาครัฐเท่านั้น อีกทั้ง การนำเข้า LNG ในปัจจุบัน ถือว่าเป็นจังหวะที่ดี เพราะมีราคาถูกกว่าก๊าซฯในอ่าวไทยพอสมควร
นางปรียนาถ กล่าวอีกว่า แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะส่งผลให้การใช้พลังงานโดยรวมลดลง ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ซึ่งอาจมีผลต่อความต้องการใช้ก๊าซฯในอนาคตนั้น โดยบริษัทฯ มองว่า โควิด-19 เป็นวิกฤติที่ทั่วโลกต้องเผชิญ ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 2-3 ปีที่จะฟื้นตัว ขณะเดียวกันธุรกิจของบริษัท ถือเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงน้อย และLNG จัดเป็นทรัพยากรที่จำเป็นต่อการผลิตไฟฟ้า โดยต้นทุน 70% ของค่าไฟฟ้ามาจากก๊าซฯที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในสัดส่วนประมาณ 70% ดังนั้น การจัดหา LNG จึงเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านไฟฟ้าของประเทศ และหากจัดหาได้ในราคาที่ถูกก็จะเป็นประโยชน์ต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าในอนาคตด้วย
“การเป็น LNG Shipper ของบี.กริม ในภาพรวมถือเป็นโอกาสที่จะซื้อก๊าซฯได้ถูกลง ไม่ใช่คิดแค่กำไรแต่เนื่องจาก 70% ของการผลิตไฟฟ้าจะเป็นการขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. และทำให้ต้นทุนค่าไฟถูกลงด้วย ขณะที่กลุ่มลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมก็ยังได้รับประโยชน์จากก๊าซฯที่ถูกลง แม้ว่าราคาน้ำมันมีแนวโน้มถูกลงและอาจไม่จำเป็นต้องนำเข้า LNG แต่อย่าลืมว่า ราคาก๊าซฯก็ถูกลงด้วย”









