“โนเบิล”เผยขายหุ้นกู้ได้เพียง 400 กว่าล้านบาท จากเปิดจองซื้อ 1,500 ล้านบาท เหตุโควิด-19 ระบาดกดดันนักลงทุนหันถือเงินสด ด้านผู้บริหารลั่นไม่กระทบ เตรียมเบิกเงินกู้โครงการคืนหนี้ -มีเงินสด2 พันล้านบาท ยันปันผล2.20บาท รอผู้ถือหุ้นไฟเขียว29 เม.ย.นี้
นายธงชัย บุศราพันธ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)หรือNOBLE เปิดเผยผลการเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัทว่า หลังจากที่บริษัทได้เปิดเสนอขายหุ้นกู้มูลค่าไม่เกิน 1,500 ล้านบาท เป็นหุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย4.50%โดยเปิดให้นักลงทุนจองซื้อวันที่ 20-22 เม.ย.2563 ปรากฎว่ามีนักลงทุนจองซื้อหุ้นเข้ามาเป็นวงเงินกว่า 400 ล้านบาท เนื่องจากการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ทำให้ที่ผ่านมาตลาดการเงินมีความผันผวน ตลาดตราสารหนี้ได้รับผลกระทบทำให้มีแรงขายออกมาจำนวนมาก รวมถึงนักลงทุนต้องการเก็บเงินสดไว้ในภาวะแบบนี้
สำหรับการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดมูลค่า 1,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตามแม้ว่าบริษัทขายหุ้นได้ไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบกับบริษัท เพราะบริษัทมีวงเงินกู้โครงการ(โปรเจคไฟแนนซ์)อยู่ สามารถเบิกเงินกู้ดังกล่าวไปชำระหนี้หุ้นกู้ที่ครบกำหนดได้ และปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยไม่ได้สูงอยู่ที่ระดับ 3.5% ประกอบกับบริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี มีเงินสดในมือประมาณ 2 พันล้านบาท สามารถรองรับการดำเนินธุรกิจในปีนี้ได้ โดยบริษัทยังคงจ่ายปันผลในอัตรา 2.20 บาทต่อหุ้น โดยขึ้นอยู่กับผู้ถือหุ้นจะอนุมัติหรือไม่ในวันที่ 29 เม.ย.2563
"จากสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ทำให้บริษัทคาดการณ์ไว้แล้วว่าคงจะขายหุ้นกู้ได้ไม่ตามเป้าอยู่แล้ว โดยสามารถขายได้ประมาณกว่า 400 ล้านบาท หรือ ประมาณ 30 % ของหุ้นกู้ที่เปิดเสนอขายนั้น ก็ถือว่าดีกว่าที่บริษัทประเมินไว้ "
นายธงชัย กล่าวว่า แนวโน้มรายได้ในช่วงไตรมาส1ปีนี้ ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย แต่จากโควิด-19แพร่ระบาดทำให้ยอดขายในช่วงเดือนนี้ชะลอตัวลง และหากสถานการณ์ไม่สามารถคลี่คลายได้โดยเร็วอาจจะกระทบรายได้ปีนี้ลดลง 10-20 % จากเป้าหมายเดิมคาดอยู่1.1-1.2 หมื่นล้านบาท แต่ปัจจุบันบริษัทได้ปรับตัวโดยทำการตลาดผ่านออนไลน์ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
สำหรับสถานการณ์ตลาด ขณะนี้มีคนจีนสนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยพอสมควร สะท้อนจากจำนวนคนเข้ามาร่วมฟังสัมมนาออนไลน์ถึง 2 พันคนต่อครั้ง จากที่บริษัทจัดมา2 ครั้งในเดือนนี้ เพราะประเทศไทยมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19ที่ดี จึงสนใจอยากที่จะมีบ้านหลังที่ 2 ในประเทศไทย ขณะนี้บริษัทจึงยังไม่ปรับเป้ายอดขายปีนี้ลง จากที่ตั้งไว้ 1.2 หมื่นล้านบาท






