วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘9 กองทุนน้ำมัน’ ยิลด์ดิ่ง 50% พิษโควิดฉุดดีมานด์วูบ

“9 กองทุนน้ำมัน” อ่วมหนัก ผลตอบแทนปีนี้หดตัวแล้วเฉลี่ย 50% “มอนิ่งสตาร์” ชี้พิษโควิดกด “ดีมานด์” ทั่วโลกวูบ ส่งผลต่อราคาน้ำมันตลาดโลกดิ่งหนัก เผย “เอยูเอ็ม” กองน้ำมันล่าสุดเหลือเพียง 3 พันล้าน ลดลงกว่า 50% เมื่อเทียบกับ 5 ปีที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับตัวลดลงจน “ติดลบ” เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ในช่วงคืนวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังนักลงทุนเทขายสัญญาซื้อขายน้ำมันส่งมอบเดือนพ.ค.ที่สิ้นสุดในวันที่ 21 เม.ย.2563 ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันในระยะข้างหน้ายังมีแนวโน้มลดลง กดดันราคาน้ำมันดิบในตลาดต่างๆ ทั่วโลกที่ปรับลดลงต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อกองทุนรวมที่ลงทุนใน “น้ำมัน”

นางสาวชญานี จึงมานนท์ นักวิเคราะห์กองทุน ประจำประเทศไทย บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ซ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ผลตอบแทนของ “กองทุนน้ำมัน” โดยเฉลี่ยในปีนี้ติดลบแล้ว 50% ซึ่งเป็นไปทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่ปรับลงต่อเนื่อง โดยเป็นผลจาก “ดีมานด์” ที่ลดลงจากผลกระทบของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ “โควิด-19” ซึ่งทำให้ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกลดลง 

ทั้งนี้การลงทุนในกองทุนน้ำมัน ถือเป็นทรัพย์สินทางเลือกที่มีความเสี่ยงสูงมาก โดยอยู่ระดับ 8 จึงไม่เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ

นอกจากนี้ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มูลค่าสินทรัพย์สิน (AUM) กองทุนน้ำมันลดลงต่อเนื่องเช่นกัน ปัจจุบันกองทุนน้ำมัน มีทั้งหมด 9 กองทุน ณ 31 มี.ค. 2563 มูลค่าสินทรัพย์ 3,001 ล้านบาท เมื่อเทียบกับณ 30 เม.ย.2558 อยู่ที่ 7,257 ล้านบาท หรือลดลงเฉลี่ย 5% ต่อปี

นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ กล่าวว่า ราคาสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ค. ที่หมดอายุลงในวานนี้ (21 เม.ย.) ปรับตัวลดลงจนกระทั่งติดลบ เนื่องจากโดยปกตินักลงทุนเก็งกำไรมักจะไม่ต้องการรับมอบน้ำมันดิบหลังสัญญาครบอายุ จึงต้องขายสัญญาออกมาก่อนที่สัญญาครบอายุ

158747600784

อย่างไรก็ตามคนที่ต้องการรับมอบน้ำมันจริง ก็อาจเข้าซื้อเมื่อสัญญาใกล้ครบอายุ แต่ครั้งนี้ราคาลดลงมากเพราะมีปัญหาเรื่องสต็อกน้ำมันที่เต็ม ต้นทุนการจัดเก็บก็สูง จึงไม่มีคนต้องการซื้อสัญญาน้ำมันดิบในรุ่นดังกล่าวจึงทำให้ราคาลดลงแรงจนติดลบ โดยราคาที่ติดลบเท่ากับว่าผู้ขายน้ำมันมาขายจะแถมเงินให้กับผู้ซื้อเพื่อนำน้ำมันที่ล้นตลาดไปเก็บไว้ในคลัง แต่จะสังเกตได้ว่าสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าที่มีอายุมากกว่า 1 เดือนยังซื้อขายอยู่ในระดับมากกว่า 20 ดอลลาร์ ไม่ได้ลงมาหนักมากเหมือนสัญญาที่กำลังหมดอายุ จึงมองว่า สถานการณ์นี้เป็นภาวะชั่วคราว

สำหรับคำแนะนำลงทุน นายสารัชห์ กล่าวว่า อยากให้ผู้ลงทุนเข้าใจว่ากองทุนน้ำมันมักจะเข้าไปลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์ ซึ่งราคาเคลื่อนไหวผันผวน และมีโอกาสที่ราคาจะคลาดเคลื่อนไม่สอดคล้องกับราคาสปอต (ราคาน้ำมันดิบ) ดังนั้น จึงไม่แนะนำให้ผู้ลงทุนที่ไม่มีความเข้าใจในการลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์เข้าไปลงทุน เพราะอาจทำให้ขาดทุนจำนวนมากได้ ซึ่งที่ผ่านมาเราให้น้ำหนัก Underweight น้ำมันมาระยะหนึ่งแล้ว

นายนาวิน อินทรสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า กองทุนน้ำมันในอุตสาหกรรมเกือบทั้งหมดรวมทั้งกองทุนเคออยล์ ฟันด์ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากกองทุนหลักเข้าลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI คนละตัวกัน คือ กำหนดส่งมอบในเดือนมี.ค.2564

สำหรับกองทุน เค ออยล์ มีนโยบายการลงทุนในกองทุนหลัก Invesco DB Oil Fund ซึ่งเป็น ETF ที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ (Feeder fund) ที่แนวทางการบริหารของกองทุนหลัก เข้าลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI และพิจารณาว่าควรลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอายุเท่าไหร่เพื่อให้ผลตอบแทนและความผันผวนอยู่ในระดับที่เหมาะสมสะท้อน Demand/Supply ในตลาด ดังนั้น ปัจจุบันกองทุนหลักลงทุนใน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI อายุประมาณ 1 ปี คือ ส่งมอบมี.ค.2564

แม้ว่า ในช่วงที่ราคา WTI ที่ส่งมอบเดือนถัดไปมีความผันผวนสูงและปรับตัวลดลงอย่างมาก กองทุนหลักอาจเคลื่อนไหวไม่สอดคล้องกันและมีแนวโน้มผันผวนน้อยกว่าได้ในบางขณะ เช่น ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ความต้องการน้ำมันระยะสั้น 1-2 เดือนลดลงอย่างมาก ต้นทุนการจัดเก็บน้ำมันพุ่งสูง กระทบราคา WTI ส่งมอบเดือนถัดไป

ขณะที่ผลตอบแทนกองทุน เค ออยล์ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ณ 19 เม.ย. 63 ยังบวกอยู่ 2% เนื่องจากคาดว่าสมดุลระหว่างความต้องการและการผลิตน้ำมันในช่วงครึ่งปีหลังจะดีขึ้น 

อย่างไรก็ตาม บลจ.ยังคงคำแนะนำ “ไม่เข้าลงทุน” เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อน ผลตอบแทนไม่ได้เคลื่อนไหวตามราคาน้ำมัน อีกทั้งยังมีความผันผวนสูงมากเมื่อเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ

นายณัฏฐะ มหัธนา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนและลูกค้าสัมพันธ์ บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า สถานการณ์น้ำมันเป็นโอเวอร์ซัพพลาย สะท้อนกับมาที่เหตุการณ์ดังกล่าวหากตีความตามราคาที่ติดลบเรียกได้ว่า ผู้ขายแทบจะแถมเงินให้ผู้ซื้อให้เอาน้ำมันออกไปเพราะไม่มีที่เก็บหรือที่เก็บใกล้จะเต็มแล้ว

สำหรับการลงทุนในกองทุนดังกล่าว ประเมินว่า ยังมีความเสี่ยงขาลงมากกว่า จึงไม่อยากให้ผู้ลงทุนเข้าไปเสี่ยงมาก จากนโยบายของกองทุนที่เป็นการชงทุนในหน่วนลงทุนเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ผู้ลงทุนต้องเข้าใจทั้งมีมุมมองเรื่องน้ำมัน และนโยบายการลงทุนของกองทุน จึงแนะนำให้ไปลงทุนอย่างอื่นดีกว่า เช่น หุ้นพลังงานทั้งในและต่างประเทศ หรือกองทุนหุ้นพลังงาน ที่ยังน่าสนใจและสามารถวิเคราะห์การลงทุนระยะยาวได้มากกว่ากองทุนน้ำมัน