วิกฤติ Covid-19 ยังกดดันดีมานด์ของสินค้าโภคภัณฑ์
- ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลงทั้ง 3 ตลาด เนื่องจากตลาดยังกังวลกับดีมานด์ที่หดตัวจากผลกระทบของวิกฤติ Covid-19 โดย IMF ออกมาลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้เป็นติดลบ 3% รุนแรงกว่าวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ขณะที่สำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดความต้องการน้ำมันดิบของโลกจะลดลงมากถึง 29 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนนี้ ต่ำสุดในรอบ 25 ปี โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 19.7%wow ปิดที่ระดับ 18.3$/bbl ส่วนน้ำมันดิบ BRENT ลดลง 8.7% ปิดที่ระดับ 24$/bbl แนวโน้มสัปดาห์นี้คาดราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มิ.ย. จะยังเคลื่อนไหวในระดับต่ำที่ 19-23$/bb เนื่องจากตลาดยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาช่วยหนุนข่าวดีมานด์ที่ลดลง และสต๊อกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นจะยังกดดัน
- ค่าการกลั่น ณ โรงกลั่นสิงคโปร์ ปิด ณ วันที่ 17 เม.ย. 2020 พลิกเป็นบวก USD0.82/bbl เทียบกับสัปดาห์ก่อนที่ติดลบ USD0.84/bbl ส่วนหนึ่งเป็นผลบวกจากการที่ซาอุฯประกาศลดราคา OSP ให้กับผู้ซื้อในเอเชียอีกครั้ง ส่งผลให้ Crude premium ของโรงกลั่นลดลงจึงหนุนค่าการกลั่นฟื้นตัว
- ราคาปิโตรฯในสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวผันผวนและเป็นไปในทิศทางที่แตกต่างกัน อาทิ สายอะโรเมติกซ์ราคา PX ลดลง แต่ราคา BZ เพิ่มขึ้น ขณะที่สายโอเลฟินส์ราคาเม็ดพลาสติกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อีกทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมายังถูกกดดันจากราคาวัตถุดิบ (Naphtha) ที่ปรับตัวขึ้นแรงกดดันให้ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ค่อนไปในทางหดตัว






