“การบินไทย” จ่อขาดทุนหนัก 6 เดือนแรก 1.8 หมื่นล้าน ฝ่ายบริหารเร่งแผนฟื้นฟู ชู 6 กลยุทธ์ ปรับโครงสร้างองค์กร พร้อมลดค่าใช้จ่าย ตัดสารพัดสิทธิประโยชน์และค่าตอบแทนพนักงาน
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยระบุว่า ปัญหาทางการเงินของการบินไทยในปัจจุบัน เกิดขึ้นจากภาระทางการเงินที่มีค่าเช่าเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่บริษัทไม่ได้ทำการบินเนื่องจากผลกระทบของโควิด -19 ส่งผลให้ฝ่ายบริหารการบินไทย ประเมินว่าในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย. 2563) บริษัทจะประสบปัญหาขาดทุนราว 18,038 ล้านบาท
ขณะที่กระแสเงินสด คาดการณ์ว่า ณ สิ้นเดือน มิ.ย.2563 บริษัทจะมีเงินสดติดลบมากถึง 7,839 ล้านบาท โดยจะเริ่มติดลบตั้งแต่เดือน พ.ค.นี้ (ไม่นับรวมเครดิตไลน์) และจะติดลบในเดือน มิ.ย. นี้ (นับรวมเครดิตไลน์) ทำให้ส่วนของทุนติดลบในไตรมาส 2 ของปี 2563 เป็นวงเงิน 6,273 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ในรอบ 6 เดือนของปีนี้ บริษัทจะมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (ไม่รวมค่าเช่าเครื่องบิน) 139,745 ล้านบาท และมีส่วนของทุนติดลบ ภายาในไตรมาส 2 ของปีนี้ โดยคาดว่าจะติดลบอยู่ที่ 6,273 ล้านบาท
“ผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เข้ามาซ้ำเติมการบินไทยจะทำให้ผลประกอบการของบริษัทติดลบทุกเดือนในปีนี้ การขาดทุนทำให้ต้องก่อหนี้ทุกปี D/E ratio (อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน) มีสัดส่วนสูงประมาณ 20 เท่า และเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จะทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของการบินไทยลดลง”
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันฝ่ายบริหารของการบินไทย อยู่ระหว่างจัดทำแผนฟื้นฟูองค์กร พร้อมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อลดผลกระทบจากโควิด -19 โดยแบ่งเป็น แผนเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้นช่วง 8 เดือน ปฏิบัติทันทีในเดือน เม.ย.-พ.ย.2563 โดยวางแผนดำเนินการกู้เงินฉุกเฉินระยะสั้น (Bridging Loan) วงเงิน 58,103 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี เพื่อนำเงินมาใช้ในการคงสภาพคล่องขั้นต่ำที่ 10,000 ล้านบาท โดยจะเป็นเพียงการกู้เงินระยะสั้น เพื่อรอแหล่งเงินถาวร ที่ฝ่ายบริหารอยู่ระหว่างจัดทำแผนเพื่อขออนุมัติในขณะนี้ วงเงินประมาณ 77,044 ล้านบาท
ขณะที่แผนฟื้นฟูองค์กรของการบินไทย มีกลยุทธ์การปรับปรุงโครงสร้างองค์กร 6 ด้าน ประกอบไปด้วย
1.ปรับกระบวนการการทำงานปัจจุบัน ลดกิจกรรมที่มีความซ้ำซ้อน ล่าช้า และไม่จำเป็น รวมทั้งควบรวมหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน
2.ปรับปรุงแผนฝูงบิน (Fleet Strategy) ลดประเภทและแบบเครื่องบินในฝูงบิน จาก 7 ประเภท 9 แบบเครื่องยนต์ เป็น 6 ประเภท 7 แบบเครื่องยนต์, เร่งขายเครื่องบินและปลดเครื่องเพิ่มเติมจากการปรับลดเส้นทางบิน
3.ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรรูปแบบใหม่ให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงาน ปรับระบบตัวแทนจำหน่ายและช่องทางขายตั๋วโดยสาร ด้วยการให้ค่าตอบแทนเป็นค่าคอมมิชชั่นแทนการลดราคาตั๋วโดยสารเหมือนในอดีต และขายผ่านออนไลน์มากขึ้น
4.พิจารณาความเป็นไปได้ในการแยกหน่วยธุรกิจเพื่อหารายได้อย่างเต็มรูปแบบ ได้แก่ ฝ่ายครัวการบิน ฝ่ายการพาณิชย์สินค้าและไปรษณีย์ภัณฑ์ และฝ่ายช่าง
5.ปรับจำนวนพนักงานให้สอดคล้องกับจำนวนฝูงบินที่ลดลง และเปรียบเทียบสินค้ากับสายการบินชั้นนำ เพื่อประเมินการแข่งขันกับตลาด โดยกลยุทธ์นี้ มีเป้าหมายลดขนาดองค์กร และบุคลากร ซึ่งปัจจุบันมีมากถึง 21,333 คน ให้สอดคล้องกับเครือข่ายเส้นทางบินและฝูงบินที่จะปรับลดลง 50% ผ่านการเปิดโครงการสมัครใจลาออก
และ 6.ปรับสิทธิประโยชน์ และค่าตอบแทน โดยกำหนดให้พนักงานที่มีรายได้ทั้งหมดรับภาระภาษีเงินได้เอง, ทบทวนเกณฑ์และวิธีการคำนวณจ่ายค่าล่วงเวลา (Overtime), ทบทวนเกณฑ์และอัตราค่ายานพาหนะ/ค่าพาหนะเหมาจ่าย, ทบทวนสิทธิบัตรโดยสารพนักงาน โดยเทียบเคียงกับสายการบินอื่น, กำหนดหลักเกณฑ์และอัตราเงินประจำตำแหน่ง, ทบทวนวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันหยุดพักผ่อนประจำปี และการสะสม, ทบทวรประเภทและอัตราเงินเพิ่มพิเศษต่างๆ อาทิ License และอื่นๆ, ทบทวนสิทธิประโยชน์สำหรับพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำต่างประเทศ, ทบทวนสิทธิประโยชน์พนักงานเกษียณอายุ และอื่นๆ








