หุ้น THAI พุ่งแตะ 7.25 บาท เช้านี้ ทำจุดสูงสุดใหม่รอบสัปดาห์ โดยเพิ่มขึ้นเกือบ 15% ลุ้นวิ่งชนเพดานระหว่างวันเป็นครั้งที่ 6 ภายใน 2 สัปดาห์
ความเคลื่อนไหวหุ้น บมจ.การบินไทย (THAI) เช้านี้ (17 เม.ย.) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า ซึ่งปิดที่ 6.35 บาท โดยครึ่งวันเช้าที่ผ่านมาราคาปรับขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 7.25 บาท เพิ่มขึ้น 14.17% ขณะที่ราคาเพดาน (Cieling) ของการซื้อขายในวันนี้อยู่ที่ 7.30 บาท ทั้งนี้ หากราคาหุ้น THAI สามารถปิดที่ระดับซิลลิ่งของวันอีกครั้ง จะเป็นครั้งที่ 6 ภายในเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากที่ราคาหุ้น THAI พุ่งชนซิลลิ่งระหว่างวันมาแล้ว 5 ครั้ง ระหว่างวันที่ 3 - 10 เม.ย. ที่ผ่านมา
สำหรับแรงหนุนราคาหุ้นต่อเนื่องวันนี้ คาดมาจากกรณี 8 สายการบินในประเทศ ประกอบด้วย ไทยสมายล์ บางกอกแอร์เวย์ส นกแอร์ นกสกู๊ต แอร์เอเชีย แอร์เอเชียเอ็กซ์ ไลออนแอร์ และเวียดเจ๊ท ได้ยื่นหนังสือถึงรมว.คลัง สอบถามความคืบหน้ามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดไวรัส COVID-19 ทำให้ต้องหยุดทำการบินเกือบ 100% จากก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) วงเงินรวมประมาณ 25,000 ล้านบาท เพื่อประคองธุรกิจและรักษาสภาพการจ้างงานให้มากที่สุดของสายการบินในประเทศไทย ซึ่งมีพนักงานรวมกันกว่า 2-3 หมื่นคน
ทั้งนี้ การปรับตัวของ THAI ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 นายสุวรรธนะ สีบุญเรือง ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนการบริการธุรกิจการบิน รักษาการกรรมการผู้จัดการฝ่ายการพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์ THAI เปิดเผยว่า ในช่วงที่การบินไทยหยุดทำการบินเป็นการชั่วคราว ทำให้ไม่มีรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารนั้น ฝ่ายการพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์ ยังคงดำเนินกิจกรรมการให้บริการด้านการขนส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการส่งออกและนำเข้าสินค้า ตามนโยบายของภาครัฐ โดยได้ให้บริการแก่สายการบินลูกค้า กว่า 60 สายการบิน และให้บริการการบินไทยในรูปแบบเช่าเหมาลำ (Chartered Flights) ไปยังเมืองปลายทาง อาทิ ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น เฉิงตู และจุดหมายปลายทางอื่นๆ ตามความต้องการของลูกค้า เป็นจำนวน 16 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ เพื่อหารายได้ให้แก่บริษัทฯ ต่อไป
ด้านนางวรางคณา ลือโรจน์วงศ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายครัวการบิน THAI เปิดเผยว่า ธุรกิจของฝ่ายครัวการบิน นอกจากจะผลิตอาหารสำหรับบริการผู้โดยสารบนเครื่องบินของการบินไทย และสายการบิน ลูกค้าแล้ว ยังมีธุรกิจเบเกอรี่และอาหารพร้อมรับประทาน ภายใต้แบรนด์ พัฟแอนด์พาย ซึ่งทำการผลิตและจัดบรรจุที่อาคารฝ่ายครัวการบิน ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยในปัจจุบันมีทั้งหมด กว่า 40 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งยังได้ขยายบริการในส่วนของเดลิเวอรี่ผ่านทางไลน์แมน และกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการเพิ่มช่องทางการจัดส่งผ่าน App Online เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรับบริการได้สะดวกมากขึ้น
สำหรับราคาหุ้นกลุ่มสายการบินรายอื่นๆ นับแต่ต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา จนถึงการปิดตลาดช่วงเช้าวันนี้ พบว่า THAI ปรับขึ้นได้สูงสุด 119.3% ปิดที่ 7.15 บาท รองลงมาคือ บมจ.สายการบินนกแอร์ (NOK) เพิ่มขึ้น 55.7% ปิดที่ 1.23 บาท ถัดมาคือ บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) เพิ่มขึ้น 43.4% ปิดที่ 1.52 บาท และ บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) เพิ่มขึ้น 34.3% ปิดที่ 5.40 บาท









