ระวังแรงขายลดความเสี่ยงจากความกังวลงบ 1Q20 ในหลายกลุ่มที่จะหดตัวลงรุนแรงซึ่งจะกดดันให้ดัชนีมีสลับอ่อนตัวในระหว่างวัน
ตลาดหุ้นวานนี้
SET วานนี้ปรับตัวลงแรงปิดที่ 1,200 จุด (-35.95 จุด) หรือ -2.91% ด้วย Volume ซื้อขาย 5.9 หมื่นล้านบาท หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐทรุดตัวลงอย่างหนักทั้งยอดค้าปลีกและดัชนีภาคการผลิตอุตฯ ประกอบกับความกังวลผลประกอบการ 1Q20 ที่อ่อนแอของบริษัทฯที่กำลังจะทยอยประกาศ นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่หลุดต่ำกว่า 20$/bbl ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันดัชนี ทั้งนี้เป็นแรงขายในกลุ่ม ENERG PETRO FIN และ BANK อย่างไรก็ตามนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิ 2,255 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 1,573 ล้านบาท และ Net Short TFEX 846 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้
เรามีมุมมองเป็นบวกคาด SET รีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,230 – 1,240 จุด ตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นรอบบ้านที่ดีดตัวขึ้นแรงราว 2 -3% ตอบรับข่าวผลการทดสอบยาต้านไวรัส Remdesivir มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ Covid-19 จนหายดีได้ ซึ่งหนุนต่อแผนของปธน.ทรัมป์ที่เตรียมเปิดเศรษฐกิจบางรัฐก่อน deadline วันที่ 1 พ.ค.และเป็นบวกต่อภาพรวมกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้น นอกจากนี้ยังได้สัญญาณบวกจากยอดผู้เสียชีวิตรายวันจาก Covid-19 ในสเปนและอิตาลีที่ลดลงจึงคาดว่าหลายประเทศในแถบยุโรปจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการ Lockdown เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ควรระวังแรงขายลดความเสี่ยงจากความกังวลงบ 1Q20 ในหลายกลุ่มที่จะหดตัวลงรุนแรงซึ่งจะกดดันให้ดัชนีมีสลับอ่อนตัวในระหว่างวัน
** ติดตามกลุ่ม ICT - กสทช.เตรียมแถลงข้อสรุปร่วมกับผู้ประกอบการมือถือกับประเด็นลดค่าบริการ 10-30% เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัส Covid-19 ในวันนี้
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy
- กลุ่มค้าปลีก (CRC, HMPRO, GLOBAL, COM7) และกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม (AOT, CENTEL, MINT, ERW) อานิสงส์ยอดผู้ติดเชื้อ Covid-19 ในไทยชะลอตัวลงต่อเนื่อง และยา Remdesivir รักษาไวรัส Covid-19
- กลุ่มที่ได้อานิสงส์ต้นทุนราคาน้ำมันลดลง (TASCO, EPG, IVL)
- กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ค่อนข้างน้อย ICT (ADVANC, INTUCH, DTAC) และกลุ่มอาหาร (CPF)
หุ้นแนะนำวันนี้
- MINT (ปิด 20 ซื้อ/เป้า 32) ได้ Sentiment บวกไวรัส Covid-19 มียารักษาที่มีประสิทธิภาพ สหรัฐและยุโรปเตรียมผ่อนคลายมาตรการ Lockdown น่าจะหนุนให้ธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาทยอยกลับมาฟื้นตัว
- IVL (ปิด 25 ซื้อ/เป้า 38) ได้ Sentiment บวก สหรัฐเตรียมเปิดเศรษฐกิจ(IVLมีโรงงานในสหรัฐ) และราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในรับต่ำหนุน Spread เพิ่มขึ้น ด้านผลประกอบการคาดกำไรสุทธิ 1Q20 โดดเด่นสุดหากเทียบกับผลประกอบการของกลุ่มปิโตรฯและกลุ่มโรงกลั่นซึ่งคาดว่า 1Q20 จะมีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบจำนวนมาก เบื้องต้นเราคาดว่า IVL จะพลิกมีกำไรสุทธิ 1.9 พันล้านบาทใน 1Q20 เทียบกับขาดทุนสุทธิ 1.5 พันล้านบาทใน 4Q19
บทวิเคราะห์วันนี้
Energy sector (Top pick: TOP, IVL)
ประเด็นสำคัญวันนี้
- (+) ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวกแรงในเช้าวันนี้ รับข่าวยา Remdesivir ของสหรัฐมีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วย Covid-19 ได้: ดัชนีดาวโจนส์กลับมาเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงเช้าของวันนี้ เนื่องจากตลาดตอบรับกับรายงานของ STAT News ซึ่งเป็นนิตยสารด้านสุขภาพ ออกมารายงานว่า ผลการทดสอบยา Remdesivir ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสของบริษัท Gilead Sciences ของสหรัฐสามารถใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จนหายดีได้ซึ่งการทดสอบนี้ดำเนินการโดยคณะผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยชิคาโก โดยทำการทดลองยา Remdesivir ในผู้ป่วย Covid-19 จำนวน 125 คน เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 113 คน ซึ่งผู้ป่วนส่วนใหญ่หายดีและสามารถกลับบ้านได้ โดยมีเพียง 2 รายที่เสียชีวิต
- (-) จำนวนผู้ว่างงานในสหรัฐยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทรัมป์เตรียมกับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งคาดว่าจะทำให้ตัวเลขคนว่างงานลดลงในระยะถัดไป: สหรัฐรายงานจำนวนชาวอเมริกันที่ว่างงานครั้งแรก(ตกงาน) เพิ่มขึ้นอีก 5.2 ล้านรายในสัปดาห์ที่ผ่านมา มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 5 ล้านราย และลดลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อนที่มีคนตกงานมากถึง 6.6 ล้านราย อย่างไรก็ตามรวม 4 สัปดาห์ สหรัฐมีคนตกงานจากพิษของไวรัส Covid-19 สูงถึง 22 ล้านราย อย่างไรก็ตามเราคาดว่าตัวเลขดังกล่าวน่าจะค่อยๆลดลงในระยะถัดไปหลังจากที่ โดนัล ทรัมป์ เตรียมจะประกาศเปิดเศรษฐกิจ (Reopen) ในบางรัฐก่อนกำหนดเส้นตายในวันที่ 1 พ.ค.2020 โดยจะเลือกเปิดเมืองในรัฐที่มีการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ลดลงและควบคลุมการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี (อีกด้านการผ่อนคลายมาตรการเร็วเกินไปอาจทำให้สรหัฐมีความเสี่ยงต่อการกลับมาระบาดอีกครั้ง)
- (+/-) OPEC คาดความต้องการน้ำมันดิบของโลกจะลดลง 6.85 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้น้อยกว่าคาดการณ์ของหน่วยงานอื่นๆ: วานนี้ OPEC ออกรายงานวิเคราะห์ความต้องการน้ำมันดิบของโลกในปี 2020 โดย OPEC คาดว่าความต้องการน้ำมันดิบของโลกในปีนี้จะลดลงประมาณ 6.85 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นๆที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้า อาทิ สำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดว่าจะลดลง 9.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบ WTI แทบไม่สนองกับข่าวดังกล่าว โดยปิดทรงตัวที่ระดับ 19.87$/bbl เนื่องจากตลาดยังถูกกดดันจากตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยสต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐเพิ่มขึ้นกว่า 19 ล้านบาร์เรลมากกว่าที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 10 ล้านบาร์เรล









