“อาปิโก ไฮเทค” คาดรายได้ปีนี้ ลดลง 20%จากปีก่อนที่ 1.94 หมื่นล้านบาท เหตุผลกระทบโควิด-19ลูกค้าค่ายรถยนต์หยุดผลิต-อุตสาหกรรมรถยนต์ชะลอ ยันฐานะการเงินแกร่ง มีเงินสดรองรับดำเนินธุรกิจได้ถึงสิ้นปีนี้ ผู้บริหาร ชี้ ใช้จังหวะนี้ปรับปรุงเครื่องจักร
นางสาวเย็บ ซิน หรู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน)หรือ AH เปิดเผยว่า บริษัทคาดรายได้ปี2563 ปรับตัวลดลงประมาณ20% จากปีก่อนที่มีรายได้ 19,428.54 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ทำให้ลูกค้าค่ายรถยนต์หยุดผลิต ประกอบกับภาวะอุตสาหกรรมรถยนต์ชะลอตัว แต่ปีนี้บริษัทจะพลิกมีกำไร จากปีก่อนที่มีผลขาดทุน 181.11 ล้านบาท เพราะ ไม่มีการพิเศษตั้งสำรองด้อยค่าเหมือนกันปีที่ผ่านมาแล้ว
ทั้งนี้จากที่ลูกค้าค่ายรถยนต์ต่างๆหยุดผลิตนั้นช่วงนี้บริษัทจึงเน้นเรื่องการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ โดยในส่วนผู้บริหารระดับสูงของบริษัทได้ปรับลดเงินเดือนลง แต่ยังไม่ปรับลดในส่วนพนักงาน แต่ให้มีการสลับกันหยุดทำงานบ้างเพื่อลดค่าใช้จ่าย และใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร เพื่อรอเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ค่ายรถยนต์กลับมาผลิตบริษัทจะได้เดินเครื่องผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะ ปัจจุบันบริษัทได้รับคำสั่งซื้อสินค้าใหม่เพิ่มขึ้นหลายโครงการ ซึ่งจะเตรียมผลิตในปี 2564 และปี2565
"ผลการดำเนินงานในไตรมาส1/2563นั้นมีแนวโน้มเติบโตที่ดี ยังไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่จะเริ่มได้รับผลกระทบตั้งแต่เดือนเม.ย.ที่ลูกค้าค่ายรถยนต์ในประเทศของบริษัทหยุดผลิต ซึ่งในปีนี้บริษัทถือว่าได้รับผลกระทบ2 เด้ง จากภาพอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ยังคงชะลอตัว และได้รับผลกระทบโควิด-19 ทำให้ค่ายรถยนต์ต่างๆมีการหยุดผลิตในช่วงเดือนเม.ย. 2563 ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าลูกค้าจะกลับมาผลิตได้เมื่อไหร่ ซึ่งบริษัทประเมินว่ารายได้รวมปีนี้คาดจะลดลง20 % แม้จะมียอดขายจากบริษัทที่โปรตุเกส รับรู้เข้ามา ”
ด้านสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทนั้น บริษัทได้มีการเตรียมความพร้อมและเพียงพอที่สามารถดำเนินธุรกิจได้ถึงสิ้นปีนี้โดยไม่ต้องมีการกู้เงินเพิ่ม แต่บริษัทก็มีการเจรจากับสถาบันการเงินในการขอยืดชำระหนี้ออกไปบ้าง ส่วนเรื่องการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นนั้นยังคงจ่ายตามมติเดิม
สำหรับราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงนั้น ขณะนี้บริษัทยังไม่มีแผนทำโครงการซื้อหุ้นคืน เพราะต้องการเก็บเงินสดไว้ เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจ หรือหากมีโอกาสที่ดีจะใช้ในการซื้อกิจการ แต่ในส่วนของผู้บริหารของบริษัทนั้นมีการซื้อหุ้นAH บ้างเป็นรายบุคคล









