จับตา The Big Reset หลังจากวิกฤติโควิด-19 ผ่านพ้นไป ที่จะทำให้ภาคธุรกิจทุกขนาดต้องเตรียมรีสตาร์ทและรับมือกับ The Next Normal เพื่อให้องค์กรธุรกิจเดินหน้าฝ่าความเปลี่ยนแปลงและท้าทายนี้ไปได้
แวดวงธุรกิจในช่วงนี้นอกเหนือจากการเตรียมพร้อมที่จะ Restart และรับมือกับ The Next Normal แล้ว ผู้นำองค์กรใหญ่หลายองค์กรกำลังระดมสมองเพื่อเตรียมรื้อแผนกลยุทธ์องค์กร ทั้งระยะสั้น-กลาง-ยาว
เพราะสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวพันกับการทำธุรกิจได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง ด้วยการเกิดขึ้นของวิกฤติ Covid-19 ความท้าทายที่ว่าจะ Restart อย่างไร ให้ธุรกิจเดินหน้าท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ก็ยังอาจไม่ท้าทายเท่าการตัดสินใจ ว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างเพื่อให้ธุรกิจอยู่ได้และสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปให้ได้
ในอีก 3-4 อาทิตย์ข้างหน้า หลายธุรกิจเริ่มเตรียมการและวางแผนให้พนักงานกลับเข้ามาทำงานภายใต้เงื่อนไขของการสร้างสิ่งแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ลดรูปแบบการทำงานที่ไม่เอื้อต่อ Social Distancing เช่น การรวมตัวของกลุ่มคนจำนวนมาก หลายองค์กรเลือกเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการด้วยการวางแนวทางที่จะใช้บริการ Outsourcing Services มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝั่ง Supply Chain
ส่วนด้านงานบริการลูกค้าจะให้พนักงานมีการติดต่องานกับลูกค้าและ Supplier ในรูปแบบที่เป็น Remote มากขึ้น บางกลุ่มธุรกิจมีแนวโน้มจะสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบ Work From Home ให้ฝังตัวอยู่ในวิถีปฏิบัติของการทำงานอย่างถาวรเป้าหมายหลัก ก็คือการกระตุ้นให้ทำงานแบบ Remote ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม
ส่วนหน่วยงานที่ทำงานด้าน Corporate Planning และ Business Transformation ส่วนใหญ่จะได้รับโจทย์ใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมจาก CEO ก็คือจะทำอย่างไรเพื่อ Simplify Business Process ลดขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็น ลงควบคู่ไปกับการปรับแผนงบประมาณให้เป็น Zero Based Budgeting ล้างไพ่และเริ่มต้นใหม่ แบบที่ไม่เอาแผนงานเดิมมาปรับใช้เลย
สำหรับดีกรีของการ Reset หลังจาก Restart บริบทของแต่ละองค์กรอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาวะทางธุรกิจและปัจจัยขับเคลื่อนของแต่ละอุตสาหกรรม ล่าสุดบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลก Bain & Company ทำการสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารองค์กรธุรกิจในประเทศจีนเกือบ 100 บริษัท ที่กำลังทยอย Restart ถึงแผนงานที่ผู้บริหารมองว่าเป็นสิ่งที่เร่งด่วน และต้องทำทันทีภายหลังที่เริ่มกลับไปดำเนินธุรกิจ
ข้อสังเกตที่น่าสนใจ ก็คือแต่ละอุตสาหกรรมมองปัจจัยเร่งด่วนค่อนข้างแตกต่างกัน อุตสาหกรรมที่ค่อนข้าง Mass เช่น สินค้าอุปโภค บริโภค Consumer Products สิ่งที่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจกลุ่มนี้มองเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก คือการปรับแผนกลยุทธ Go-to-market คือการ Redesign ช่องทางการเข้าถึงลูกค้า การให้บริการ และการบริหารจัดการในเชิงพาณิชย์ สำหรับคนที่อยู่ในวงการนี้คงพอจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า
ธุรกิจ Consumer Products กำลังถูก Disrupt ก่อนเวลาอันควร และไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิม
ธุรกิจ Consumer Products กำลังถูก Disrupt ก่อนเวลาอันควร และไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิม สิ่งที่เรียกว่า Customer Journey หรือ Path to Purchase ถูกเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือ E-commerce และ Social Commerce จะถูกขับเคลื่อนด้วยสเกลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอุตสาหกรรมถัดไปที่จะเกิด The Big Reset ครั้งใหญ่ก็คือ Healthcare หลังจาก Covid-19 กฎและเงื่อนไขต่างๆ ของภาครัฐที่เคยบีบคั้นอุตสาหกรรมใหญ่อย่าง Healthcare ขยับเขยื้อนเปลี่ยนแปลงได้ยาก จะถูกผ่อนคลายลง เพราะความจำเป็นเร่งด่วนของทุกภาคส่วนในวันนี้คือการทำให้การบริการทางการแพทย์และการเข้าถึง ยาทำได้ทั่วถึงและสะดวกยิ่งขึ้น
ผู้บริหารองค์กรที่อยู่ในกลุ่ม Healthcare มองเรื่องการ Redesign Go-to-market strategy เป็นวาระเร่งด่วน ความล่าช้าหมายถึงความเสี่ยงที่จะตอบสนองความต้องการของตลาด และความสามารถในการแข่งขัน มีการคาดเดาว่าการขออนุญาตให้บริการ Telehealth และ E-Prescription จะทำได้ง่ายขึ้นในทุกประเทศ สิ่งที่จะตามมาก็คือ การเร่งสปีดของการเกิด Decentralized Healthcare Services ที่การบริการทางการ แพทย์ สาธารณสุข และการเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ จะกระจายตัวในวงกว้าง ทำให้มีผู้เล่นรายใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมเกิดขึ้นอีกมาก
อีกสองอุตสาหกรรมที่จะเกิด The Big Reset ก็คือ ธุรกิจค้าปลีก และอุตสาหกรรมการผลิตที่วาระเร่งด่วนกลายเป็นเรื่อง “การลดต้นทุน” เพราะวิกฤติครั้งนี้ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าธุรกิจหยุดชะงักในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและการปรับตัว เพื่อบริหารงานในสภาวะวิกฤติทำได้แบบที่ต้องแบกต้นทุนอยู่อย่างมหาศาล
นอกเหนือจากเรื่องของการปรับกลยุทธ์เรื่องการบริหารจัดการ Supply Chain ให้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ยังมีแนวโน้มสูงที่จะมีการลดหรือยกเลิกการลงทุนใหญ่ๆในสองอุตสาหกรรมนี้ โดยที่การลงทุนที่จะยังคงเดินหน้าต่อจะเป็นการลงทุนเพื่อนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ทดแทนแรงงานและเน้นการ Reskill พนักงานในเรื่องของทักษะที่เกี่ยวข้องกับ Human-Machine Collaboration
เมื่อการเตรียมพร้อมในการ Restart ภาคธุรกิจจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการ Reset กลยุทธ์ธุรกิจใหม่ทั้งหมด โจทย์ที่ยากที่สุดของผู้นำองค์กรวันนี้ อยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรให้สามารถบริหารผลลัพธ์และความคาดหวังของ Key Stakeholders ขององค์กรทั้งสาม ส่วนคือ พนักงาน-ลูกค้า-ผู้ถือหุ้น ให้ได้อย่างลงตัวที่สุด









