ธุรกิจสุกรในเวียดนามจะหนุนผลประกอบการ 1Q20
เราคาดกำไรปกติ 1Q20F อยู่ที่ประมาณ 5 พันล้านบาท (+52% yoy, +20% qoq) โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการจากราคาสุกรในเวียดนามใน 1Q20 และการเริ่มบันทึกกำไรจากบริษัทย่อย Hylife สำหรับแนวโน้มกำไร 2Q20F คาดว่าจะอ่อนตัวลง yoy จากปริมาณการขาย รวมถึงราคาสุกรและไก่ภายในประเทศมีแนวโน้มลดลง แต่ราคาสุกรในเวียดนามและราคาอาหารสัตว์จะช่วยลดผลกระทบ ด้วยมุมมองของกลุ่มที่แข็งแกร่งและการเติบโตของกำไร เราคงคำแนะนำซื้อ กำหนดราคาเป้าหมายที่ 32.75 บาทต่อหุ้น
คาดกำไรปกติ 1Q20F จะเติบโตได้ดี 52% yoy และ 20% qoq
เราคาดกำไรปกติ 1Q20F ที่ประมาณ 5.0พันล้านบาท (+52% yoy, +20% qoq) โดยได้รัปัจจัยสนับสนุนจากราคาเฉลี่ยสุกรในเวียดนามใน 1Q20 ที่ VND76,100 ต่อกิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าราคาเฉลี่ยใน 1Q19 อยู่ 64% รวมถึงการเริ่มบันทึกกำไรจาก Hylife (บริษัทย่อยใหม่) ราว 300 ล้านบาท ทั้งนี้ราคาสุกรในเวียดนามใน 1Q20 จะช่วยชดเชยปริมาณขายที่ลดลง ทำให้รายได้ใน 1Q20F จะเพิ่มขึ้น 4% yoy และเพิ่มกำไรขั้นต้นเป็น 17.0% เทียบกับ 1Q19 ที่ 14.1%.
คาดกำไร 2Q20F จะลดลงแบบจำกัด
เราคาดกำไร 2Q20F จะลดลงจากปริมาณขาย รวมถึงราคาสุกรและไก่ก็มีแนวโน้มที่จะอ่อนตัวลงจากความต้องการที่ลดลงจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปราะบาง อย่างไรก็ตามเรามองว่าความเสี่ยงนั้นจำกัดเนื่องจากเราคาดว่าราคาสุกรในเวียดนามจะทรงตัวอยู่ในระดับที่สูงที่ราว 60,000-70,000 ดองต่อกิโลกรัมและต้นทุนอาหารสัตว์ (ข้าวโพดและถั่วเหลือง) ที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจาก COVID-19
ปรับลดงบลงทุนจาก 2.5 หมื่นล้านบาทเหลือ 1 หมื่นล้านบาท
บริษัทวางแผนที่จะลดงบลงทุนจาก 2.5 หมื่นล้านบาทเหลือ 1 หมื่นล้านบาท ในขณะที่หุ้นกู้ของ CPF มูลค่า 2.8 หมื่นล้านบาทจะครบกำหนดในปี 2020 โดยการลดลงของงบลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาทจะช่วยลดภาระหนี้สินลง เราคาดว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (CFO) จะเป็นบวกเนื่องจากอาหารยังคงเป็นสินค้าจำเป็น ในขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมทางการเงิน (CFF) ยังคงอยู่ในระดับดีเนื่องจากฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง (อัตราหนี้สินต่อทุนสุทธิอยู่ที่ 1.33 เท่าและมีเงินสดในมือสูงถึง 3.2 หมื่นล้านบาท) ดังนั้นเราจึงมองความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของ CPF ค่อนข้างต่ำในปีนี้
คงคำแนะนำซื้อ BUY พร้อมราคาเป้าหมาย 32.75 ต่อหุ้น
ด้วยมุมมองต่อหุ้นกลุ่มอาหารที่แข็งแกร่ง (ผลกระทบจาก COVID-19 น้อยและการฟื้นตัวที่เร็ว) ประกอบกับการเติบโตของกำไรที่ยังเป็นบวก เราคงคำแนะนำซื้อ กำหนดราคาเป้าหมาย 32.75 บาทต่อหุ้น อิง PER 16 เท่า









