สงครามราคาน้ำมันสงบ แต่คาดอพไซด์น้ำมันดิบและหุ้นพลังงานจำกัด
หลังการหารือยาวน่านติดต่อกันหลายวัน ข้อสรุปของการปรับลดกำลังการผลิตในรอบนี้ค่อนข้างเป็นไปตามที่ตลาดคาด โดยโอเปคและพันธมิตร (OPEC+) ลดกำลังการผลิตต่อวันราว 9.7 ล้านบาร์เรล สหรัฐฯ บราซิล และแคนาดา อีก 3.7 ล้านบาร์เรล ขณะที่ประเทศที่เหลือในกลุ่ม G20 จะอยู่ที่อีกราว 1.3 ล้านบาร์เรล ทั้งนี้เราคาดราคาน้ำมันจะนิ่งมากขึ้น แต่การปรับขึ้นอาจจำกัดเมื่อมองภาวะอุปทานล้นเกินที่ราว 25 ล้านบาร์เรล/วัน ขณะที่หุ้นพลังงาน ติดตามผลประกอบการซึ่งคาดว่าจะมีขาดทุนสต็อคในระดับสูง ซึ่งจะเป็นปัจจัยจำกัดการจ่ายปันผล
สหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงระบาดสูงสุด (peak) ในช่วงสงกรานต์นี้ โดยทั้งผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตรายวันน่าจะเริ่มลดลง ขณะที่ผู้เยชีวิตสะสมยังอาจเพิ่มขึ้นถึง 6 หมื่นราย ในช่วงพ.ค.-มิ.ย. สำหรับสถานการณ์ในยุโรปส่วนใหญ่น่าจะผ่านจุดสูงสุดของการระบาดแล้ว ยกเว้นอังกฤษ ซึ่งสถาบัน Institute for Health Metrics and Evaluation (IHME) คาดจำนวนผู้เสียชีวิตในอังกฤษ อาจแซงอิตาลี สเปน และทุกชาติในยุโรป ขณะที่ในเอเชีย ญี่ปุ่นและสิงคโปร์เกิดการระบาดในระลอกที่ 2 และญี่ปุ่นต้องกลับมาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ระมัดระวังความผันผวนที่จะเพิ่มมากขึ้นจากการเข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการ ตลาดหุ้นไทยได้อานิสงค์จากการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางทั่วโลก รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากทั้งภายนอกและในประเทศ รวมถึงการเข้าสู่ช่วงของการประกาศผลในช่วงปลายมี.ค.-เม.ย. และสถานการณ์ระบาดที่มีแนวโน้มโดยรวมดีขึ้น อย่างไรก็ตามการระบาดระลอกที่สองในบางประเทศส่งสัญญาณถึงความยืดเยื้อของโรค ซึ่งจะจำกัดความหวังในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ตราบใดที่ยังไม่มีจุดเปลี่ยนในการควบคุมหรือรักษาโรค
ระวังบริษัทที่ขอผ่อนผันนำส่งงบไตรมาส 1/63 ก.ล.ต.ผ่อนผันการนำส่งงบการเงินให้บริษัทจดทะเบียนที่มีธุรกิจในประเทศและได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด สามารถขอผ่อนผันนำส่งงบการเงินล่าช้าได้ อย่างไรก็ตามระวังว่าบริษัทจดทะเบียนที่มีฐานะการเงินอ่อนแอ และตัวเลขสถานะทางการเงินแย่ลงอาจใช้ช่องทางการขอผ่อนผันงบเพื่อประวิงเวลาระหว่างแก้ปัญหาเรื่องสภาพคล่องและเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการผิดเงื่อนไขของตราสารหนี้ได้
ภาพรวมกลยุทธ์ เก็งกำไรในหุ้นที่ยังฟื้นตัวช้าหรือมีระดับตัดขาดทุนที่ต่ำ ไม่ไล่ราคาหลัง SET Index มาถึงเป้าหมายการฟื้นตัว 1200-1250 แล้ว แม้มีโอกาสจะลุ้นต่อยอดไป 1250-1270 จุด แต่ควรกำหนดจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง และใช้การกลุด 1185 จุด เป็นจุดตัดสินใจชะลอการเก็งกำไร // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร CPALL, MFEC*, THRE* / ทยอยสะสม ADVANC, CPALL*, THRE*, EGCO, RATCH
แนวรับ 1,185-1,200 / แนวต้าน : 1,245 จุด สัดส่วน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%
ประเด็นการลงทุน
ทรัมป์ยันไม่เปิดเศรษฐกิจหาก Covid-19 ยังรุนแรง - ทรัมป์ยันไม่เปิดเศรษฐกิจสหรัฐฯ จนกว่าจะมั่นใจว่าประชาชนรอดพ้นจากวิกฤต Covid-19 หลังรัฐบาลเดินหน้ามาตรการรับมือต่างๆ ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุขระบุหากสหรัฐฯ กลับมาเปิดเศรษฐกิจเร็วเกินไปอาจทำให้ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นอีกในช่วงเดือน มิ.ย.-ส.ค.นี้
สหรัฐฯ อนุมัติเงินกู้ $1.68 แสนล้าน - สหรัฐฯ อนุมัติเงินกู้ให้กับภาคธุรกิจขนาดเล็กจำนวน 6.61 แสนราย วงเงินรวม $1.68 แสนล้าน ภายใต้มาตรการเยียวยาผลกระทบจากไวรัส Covid-19
วาระเร่งด่วนประชุม Covid-19 นายกฯ เตรียมร่วมประชุมผู้นำอาเซียน - และ ผู้นำอาเซียนบวกสาม (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) ผ่านระบบประชุมทางไกลเพื่อหารือมาตรการรับมือวิกฤตแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 ในวันอังคารที่ 14 เม.ย.นี้
ประเด็นติดตาม: 14 เม.ย. – World Economic Outlook by IMF, 15 เม.ย. – US Retail Sales เดือน มี.ค., 16 เม.ย. – US Beige Book, 17 เม.ย. – China GDP Q1/20
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









