MAJOR ปรับลดจ่ายปันผลระหว่างกาล 50 %เหลือ 0.35 บาทต่อหุ้น จากเดิม 0.70 บาทต่อหุ้น หวังเก็บเงินสดเพื่อรักษาสภาพคล่อง หลังโควิด-19 ระบาดหนัก ต้องปิดให้บริการโรงหนัง กระทบผลการดำเนินงาน
บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)หรือ MAJOR แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ว่าที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด)บริษัท พิจารณาอนุมัติปรับลดการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ของผลการดำเนินงานงวดวดดำเนินงานวันที่ 01 ก.ค. 2562 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2562ลดลง50 % จากเดิมที่ได้อนุมัติไว้ในอัตรา 0.70 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงิน 626.26 ล้านบาท เหลืออัตราหุ้นละ 0.35 บาท คิดเป็นเงิน 313.13 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19) ในประเทศไทย ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกระจายในวงกว้างมากขึ้น ประกอบกับรัฐบาลได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 25 มีนาคม 2563 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) และประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่4)ณ วันที่ 27 มีนาคม 2563 โดยให้โรงภาพยนตร์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลปิดให้บริการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่26 มีนาคม 2563 ถึงวันที่30เมษายน 2563
ทั้งนี้บอร์ดบริษัทได้พิจารณาโดยตระหนักถึงผลประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทเป็นสำคัญเห็นว่า จากสถานการณ์ปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้ง เป็นเหตุการณ์ที่มีความผันผวนตลอดเวลาจนไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าจะเป็นอย่างไร การบริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสด จึงเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างมากภายใต้สถานการณ์เช่นนี้เพื่อสำรองเงินไว้ในการดำรงสภาพคล่องของกิจการ
อย่างไรก็ตามบริษัทกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date)ที่มีสิทธิในการรับเงินปันผล ในวันพุธที่ 15 เมษายน 2563และกำหนดจ่ายเงินปันผล ในวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2563และ เมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครึ่งปีแรกของปี 2562 ที่บอร์ดบริษัทมีมติแล้วเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2562 ในอัตราหุ้นละ 0.65 บาท รวมเป็นการจ่ายเงินปันผลสะสมในอัตราหุ้นละ 1.00 บาท









